The Change Maker Stories: ครูนัท

     เพราะเราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงไม่ได้หยุดลงหลังจากโครงการจบ แต่เมื่อเข้าร่วม โครงการครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง ของ Teach For Thailand จนครบ 2 ปี ครูผู้นำทุกคนก็เปรียบเสมือน ต้นกล้าที่พร้อมจะงอกงาม และสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อไปในวงกว้างThe Change Maker Stories เป็นบันทึกเรื่องราวของครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง ที่ใช้ประสบการณ์ที่ได้รับจากการสอนนักเรียน มาเป็นแรงบันดาลใจ และสร้างสรรค์การเปลี่ยนแปลงให้สังคมในภาคส่วนต่างๆ ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในโรงเรียน

     The Change Maker Stories ตอนนี้ ขอนำเสนอเรื่องราวของ ครูยุทธกฤต เฉลิมไทย(นัท) อดีตครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่นที่ 1 ซึ่งปัจจุบันมีตำแหน่งเป็น ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กขององค์กร International Organization for Migration (IOM) และเป็น ผู้ก่อตั้งโครงการ Edeaf (Education for the Deaf) เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของผู้บกพร่องทางการได้ยิน

     ครูนัทเล่าว่า หลังจากจบปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ ก็เข้าร่วม โครงการครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงทันทีเป็นเวลา 2 ปีโดยสอนวิชาวิทยาศาสตร์ เมื่อจบโครงการก็เริ่มทำงานด้านการประสานงานกับ International Student Volunteer โดยเป็นผู้นำพาอาสาสมัครที่เป็นนักเรียนจากต่างประเทศไปพัฒนาชุมชน ในด้านการศึกษา เกษตรอินทรีย์ และการเสริมสร้างชุมชน จากนั้นจึงได้เริ่มงานกับองค์กรที่สนับสนุนการศึกษาให้ผู้ลี้ภัยและผู้อพยพในเมืองไทย ซึ่งทำมาเป็นระยะเวลา 4 ปีกว่า

     ประสบการณ์ที่ได้จาก Teach For Thailand คือ การได้เป็นครูช่วยเสริมสร้างภาวะความเป็นผู้นำ และเสริมสร้างความมุ่งมั่นเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้เรียนรู้ที่จะตั้งคำถามว่า สิ่งที่ทำจะสร้างผลกระทบอะไร หรือมีประโยชน์อะไร นอกจากนี้ ยังช่วยเสริมสร้างทักษะด้านการจัดการ และการบริหาร เป็นทักษะที่ติดตัวไปตลอด นอกจากทักษะที่ได้ ยังทำให้เข้าใจประเด็นการศึกษา รวมถึงองค์ประกอบของปัญหาในการศึกษามากขึ้น

“แรงบันดาลใจจากการเป็นครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงคือพันธกิจของ Teach For Thailand ที่มุ่งมั่นในการขจัดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งทำให้รู้สึกว่าเรามีพลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงการศึกษาได้”

     ครูนัทเป็นผู้ก่อตั้ง โครงการ Edeaf โดยมีที่มาจาก การได้เป็นกรรมการคัดเลือกเด็กหูหนวกจากประเทศไทย เพื่อเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนในสหรัฐอเมริกา เป็นเวลา1 ปี ซึ่งทำให้ได้เห็นพัฒนาการของผู้เข้าร่วมโครงการ ที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ น้องที่กลับจากโครงการได้มาถ่ายทอดประสบการณ์กับเพื่อนๆ ว่า

“ให้เชื่อมั่นในความทัดเทียม”

เพราะเขาได้มีประสบการณ์ในต่างประเทศ ทำให้เราอยากทำงานที่ทำให้ คนที่ถูกทอดทิ้งไว้ข้างหลังได้กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของสังคม

     โครงการ Edeaf มีเป้าหมายในการลดความเลื่อมล้ำของผู้พิการทางการได้ยิน โดยจะมีอาสาสมัครที่ทำหน้าที่หลักในการบริหารโครงการ และอาสาสมัครที่เป็นครูอาสาซึ่งจะได้รับการฝึกอบรมด้านภาษามือและทักษะในการสอน ก่อนไปสอนเด็กๆ

โครงการนี้มีกระบวนการ 3 ขั้นตอนด้วยกัน

1 Dream and Discover เป็นจุดเริ่มต้นในการริเริ่มโครงการจากที่ไม่มีความรู้ในด้านนี้ ก็เริ่มเก็บข้อมูลและวางเป้าหมาย

2 Design and Analysis เป็นขั้นตอนการออกแบบหลักสูตร เพื่อให้เหมาะสมกับคนหูหนวก ทดลองส่งอาสาสมัครไปสอนจริง และนำข้อมูลกลับมาปรับปรุงหลักสูตร โดยมีพันธมิตรคือ สำนักงานการบริหารการศึกษาพิเศษ ที่มาช่วยวิเคราะห์และให้ข้อเสนอแนะ

3 Delivery เป็นขั้นตอนการส่งต่อข้อมูลที่ได้และสิ่งที่ค้นพบเพื่อเป็นข้อเสนอแนะให้กระทรวงศึกษาธิการใช้ในการจัดทำแผนเชิงนโยบาย

ติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการEdeaf ผ่านเพจเฟซบุ๊ก  https://www.facebook.com/EDeafThailand/