นักศึกษาที่เพิ่งเรียนจบอาจลังเล เพราะนี่คือช่วงเวลา 2 ปีที่คุณจะเป็น ‘ครู’ และอาจต้องหยุดพักจากสิ่งที่คุณเรียนมา หรือพลาดโอกาสการทำงานในสายอาชีพที่เรียนจบมา
แต่อยากชวนให้ลองมาฟังเรื่องราวจากศิษย์เก่าฯ ที่เลือกเป็นครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง หลังเรียนจบวิศวกรรมศาสตร์ ทั้ง 5 คน คือ

- ‘วอลนัท’ ศุภณัฐ เลิศประเสริฐภากร นิสิตเก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และครูผู้นำฯ รุ่นที่ 2 ปัจจุบันทำงานเป็น Head of Customer Excellence บริษัท Abacus Digital จำกัด

- ‘อู๋’ จักริน บูรณะนิตย์ นิสิตเก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และครูผู้นำฯ รุ่นที่ 2 ปัจจุบันเป็น CTO & Co-founder บริษัท EDVISORY tech จำกัด

- เก่ง’ อภิชัย แซ่ตั้ง ครูผู้นำฯ รุ่นที่ 3 ปัจจุบันเป็น Project Manager ที่ TE Connectivity

- ‘กิ๊ฟท์’ ณัฐชยา เนียมจ้อย ศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิยาลัยศิลปากร และครูผู้นำฯ รุ่นที่ 3 ปัจจุบันเป็น Planning scheduling & costing engineering ของ SB Design Square

- ‘เต้’ พิฆเนศ จันทรา ศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และครูผู้นำฯ รุ่นที่ 8 ปัจจุบันเป็น ผู้ประสานงานการจัดการระบบคุณภาพองค์กรที่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
เพื่อมาหาคำตอบไปด้วยกันว่า ประสบการณ์การเป็นครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่ช่วงเวลาที่สูญเปล่า แต่เป็นช่วงเวลาที่จะได้ค้นพบตัวเองและเติมทักษะให้คุณพร้อมสำหรับชีวิตการทำงานจริง
หลังเรียนจบสายวิศวกรรม เหตุผลที่ทำให้คุณสมัครเป็นครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงคืออะไร
เก่ง: ช่วงเรียนจบมีคำฮิตๆ ว่า “แพสชันคือการทำเพื่อคนอื่น แล้วมันจะทำให้เราอยากตื่นไปทำงาน” ก็เลยเลือก ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์
เต้: เพิ่งเรียนจบ เลยอยากค้นหาตัวเอง และอยากทำประโยชน์ให้กับสังคมเหมือนตอนที่เคยทำค่ายอาสาช่วงเรียน ก็เลยตัดสินใจสมัครเข้าร่วมโครงการฯ
วอลนัท: อดีตที่ผ่านมาคิดว่าตัวเองได้รับโอกาสทางการศึกษาค่อนข้างดี เลยอยากส่งต่อโอกาสดีๆ ที่ตัวเองได้รับคืนให้สังคมบ้าง เลยศึกษาปัญหาการศึกษา และอยากถ่ายทอดประสบการณ์ที่ตัวเองได้รับผ่านโครงการผู้นำการเปลี่ยนแปลง
กิ๊ฟท์: ก่อนเรียนจบเคยสอนพิเศษมาก่อน เรามองว่าการสอนเป็นงานที่ไม่ได้สร้างประโยชน์ให้ตัวเองแค่คนเดียว และการทำงานที่ ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ เป็นการสร้างประโยชน์ต่อสังคม ในขณะที่เราก็ยังได้รับเงินเดือนด้วย เลยอยากใช้เวลาทำสิ่งนี้ 2 ปี ก่อนเริ่มทำงานสายวิศวะที่เรียนมา
อู๋: ตอนเรียนเราสนใจกิจกรรมด้านการศึกษาอยู่แล้ว แล้วก็คิดว่าอยากนำโอกาสที่ได้รับตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมคืนให้สังคมใน 2 ปีนี้ แล้วพอได้เจอเพื่อนรุ่นเดียวกันที่มีความเป็นผู้นำ เราอยากอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ด้วย ก็เลยตัดสินใจเป็นครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง
สิ่งที่คุณได้รับจากการเป็นครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงคืออะไร
วอลนัท : เรื่องการสื่อสาร เพราะเราต้องเข้าใจเรื่องนั้นอย่างลึกซึ้งจนสามารถถ่ายทอดความรู้หรือชุดความคิดให้นักเรียนเข้าใจได้ รวมถึงทักษะ Resilience หรือความยืดหยุ่นในการรับมือกับความล้มเหลว ความกดดัน หรืออุปสรรค เพื่อเดินหน้าต่อไปได้ในแต่ละวัน และทักษะผู้นำ เพราะการเป็นผู้นำที่ดีคือต้องเข้าใจความแตกต่างของแต่ละคน แล้วดึงศักยภาพของทุกคนออกมาให้ดีที่สุด
กิ๊ฟท์ : การได้เจอกับเพื่อนๆ ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง ทำให้เราได้เจอคนหลากหลายขึ้น ทั้งน้องๆ เพื่อนๆ จากหลายคณะ และพี่ๆ ที่ทำงานแล้ว ซึ่งแต่ละคนก็มีมุมมองและวิธีคิดที่แตกต่างกัน เราเลยมีมุมมองต่อโลกที่กว้างขึ้น
เต้: ส่วนใหญ่ทักษะที่ผมได้รับจะเป็น Soft Skill อย่าง Holding Judgement หรือการรู้ตัวเอง เพราะวิศวะมักสอนให้เราโฟกัสที่การแก้ปัญหา ขณะที่เพื่อนจากคณะอื่นจะมองต่อว่า เมื่อเจอปัญหาแล้วควรรับมืออย่างไร ทำให้เราได้เห็นมุมมองที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก
ทักษะเหล่านั้นนำไปต่อยอดการทำงานด้านวิศวกรรมอย่างไร
เต้ : ตอนเป็น service engineer เราเจอลูกค้าหลายแบบ ถ้าเราตัดสินตั้งแต่แรกว่าคนนี้ไม่โอเค การทำงานก็คงไม่ราบรื่น และคงผลักดันให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีไม่ได้ หรืองานประสานงานจัดการระบบคุณภาพองค์กรที่ทำอยู่ ในสายตาคนนอกอาจคิดว่าเรามาจับข้อผิดพลาด แต่ทักษะ Holding Judgement ที่ได้จาก ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ คือการชะลอการตัดสิน ยังไม่ต้องแปะป้ายใคร ทำให้เราสร้างผลกระทบเชิงบวกได้มากขึ้น
เก่ง: นักเรียนแต่ละคนมีพื้นฐานต่างกัน เราเลยเชื่อว่าความแตกต่างเกิดขึ้นได้เสมอ การเข้าไปดู Hidden Agenda ของแต่ละคนทำให้เรามีวิธีต่อรองและเจรจาที่หลากหลาย พอมาเป็น Project Owner เราก็ต้องเข้าใจ Hidden Agenda ของแต่ละทีม ว่าสอดคล้องกับทิศทางโปรเจกต์ไหม และอธิบายให้ทุกคนเข้าใจ เพื่อพาโปรเจกต์ไปถึงทาร์เก็ตที่ตั้งไว้
อู๋: สิ่งที่เรามองว่าเป็นประโยชน์ คือ ทักษะการสอน เราคิดว่าพอทำงานมาจุดหนึ่ง เขาเป็น senior เขาต้องสอนเด็กสักคน แต่บริษัท เอดไวซอรี่ เทค จำกัด ที่เราเป็น Co-Founder และ CTO (Chief Technology Officer) อยู่จะรับ First Jobber เยอะมาก เพราะเราสอนได้ คือ เราจ้างเขา แล้วเขาก็ได้ประสบการณ์กลับไปว่า เขาสามารถเข้าสู่การทำงานหรือพัฒนาตัวเองได้
กิ๊ฟท์: ใน 2 ปีที่เป็นครูผู้นำฯ กิ๊ฟท์ได้ใช้ความรู้ที่เรียนมา 4 ปี มาประยุกต์กับห้องเรียน แล้วหลังจากจบโครงการฯ กิ๊ฟท์ก็ได้ทักษะหรือองค์ความรู้มาทำงานด้านวิศวะได้ต่อเหมือนกัน ทั้งเรื่องการสื่อสาร การจัดลำดับความสำคัญของงาน หรือ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
ประสบการณ์ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงวางรากฐานชีวิตการทำงานของคุณอย่างไร
วอลนัท: ส่วนตัวมองว่า ห้องเรียนเป็นพื้นที่จำลองความล้มเหลวในชีวิตการทำงาน ถ้าในห้องเรียนเราพลาดไปหนึ่งคาบ มันบังคับให้เราต้องเริ่มใหม่ แล้วกลับเข้าไปสู้ เหมือนการทำงานถ้าเราทำผิดพลาด ซึ่งเป็นภูมิต้านทานให้เรายอมรับความผิดพลาดได้ดีขึ้น เพราะถ้าเราไม่เรียนรู้มาก่อน ก็อาจจะรับมือกับความล้มเหลวนั้นไม่ได้
กิ๊ฟท์: ในคาบเรียนเราจะเจอสิ่งที่ไม่คาดคิดได้เสมอ ดังนั้นทักษะที่ได้รับจากทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ และมีประโยชน์กับการทำงานตอนนี้มากๆ คือ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะจริงๆ ในโลกการทำงาน มันไม่มีอะไรเป็นไปตามแผนที่วางไว้ได้ตลอด เราจึงต้องเรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหา ถ้าสถานการณ์ไม่เป็นตามที่คิด
เต้: ผมคิดว่าสองปีในโครงการผู้นำการเปลี่ยนแปลงเป็นรากฐานที่สำคัญ เพราะเราเจอคนหลายรูปแบบ ซึ่งจะช่วยให้เส้นทางอาชีพของเราให้มั่นคงและแข็งแรงมากขึ้น
อยากบอกอะไรกับนักศึกษาปี 4 ที่กำลังลังเลอยู่
เก่ง: ถ้าอนาคตคุณมองว่าอยากจะเป็น Leadership ในองค์กร หรือต้องการทักษะที่เป็น Logical Thinking คิดว่า ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
อู๋: ถ้าคุณต้องการที่จะเติบโตและทำเพื่อสังคมก็ไม่ต้องลังเล เพราะการเป็นครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง คุณจะได้ทักษะการเป็นผู้นำที่จะทำให้พร้อมนำคนอื่นต่อไป
เต้: ขอให้มั่นใจเลยว่าจะเป็นสองปีที่เราอยากขอบคุณที่สุดในชีวิต
เพราะตลอด 2 ปีของการเป็นครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ไม่ได้เป็นแค่ ‘ครู’ แต่ยังได้เรียนรู้การทำงานจริง เข้าใจความแตกต่างของผู้คน และค่อยๆ เติบโตขึ้นในบทบาทของ ‘ผู้นำ’
สำหรับนักศึกษาสายวิศวกรรมศาสตร์ นี่อาจเป็นอีกช่วงเวลาสำคัญที่ช่วยเติมทักษะชีวิตที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน และพาคุณกลับไปทำงานในสายวิศวะได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์ที่ท้าทายและมีความหมาย ลองเปิดโอกาสให้ตัวเองสมัครเข้าร่วมโครงการ Teach For Thailand และเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกันได้ที่ https://www.teachforthailand.org/about/join-program
