Classroom Impact and Inspiration

เคล็ด(ไม่)ลับ 5 ข้อ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในห้องเรียนออนไลน์

July 15, 2021

        ในสภาวะปัจจุบันที่โควิด-19 ระบาดไปทั่วทุกจังหวัดของประเทศไทย โรงเรียนส่วนใหญ่ที่ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงของทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ เข้าไปทำงาน ต่างต้องปรับตัวมาทำการเรียนการสอนผ่านออนไลน์ ตามนโยบายของโรงเรียนและกระทรวงศึกษาธิการ ทำให้ทั้งนักเรียนและคุณครูต่างต้องปรับตัวและเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน แม้การเรียนการสอนออนไลน์จะมีข้อจำกัดมากมายแต่ถ้าทั้งคุณครู ผู้ปกครอง และนักเรียน รวมทั้งภาคส่วนต่างๆ ร่วมแรงร่วมใจกันเรียนรู้และปรับใช้สิ่งรอบตัว เราก็ทำให้ห้องเรียนและการเรียนรู้สนุกขึ้นได้

        ครูเนส - สริภัทร เอี่ยมสอาด ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง รุ่นที่ 7 ซึ่งสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมต้น ได้เผยเคล็ดลับ 5 ข้อที่นำมาปรับใช้ในห้องเรียนออนไลน์ที่โรงเรียนห้วยยางศึกษา จังหวัดระยอง เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของนักเรียนไว้ดังนี้

1. สร้างข้อตกลงร่วมกัน

        ไม่ว่าจะเป็นการเรียนในห้องเรียนหรือการเรียนออนไลน์ การสร้างข้อตกลงร่วมกันระหว่างครูกับนักเรียนก็เป็นสิ่งจำเป็น เพราะเป็นการอธิบายแนวทาง กฎ กติกามารยาท และความคาดหวัง ให้เด็กนักเรียนได้รับทราบก่อนเริ่มเรียน ซึ่งข้อตกลงในห้องเรียนออนไลน์บางส่วนก็จะแตกต่างไปจากข้อตกลงปรกติในโรงเรียน อาทิเช่น การเปิดกล้องในขณะเข้าเรียนหรือเวลาขานชื่อ ช่องทางและวิธีการส่งการบ้านที่มีหลากหลาย แต่ข้อตกลงบางข้อก็ปรับใช้ได้จากห้องเรียนปรกติ เช่น ห้ามลอกการบ้าน การส่งงานให้ตรงเวลา การเข้าเรียนให้ตรงเวลา

        เคล็ดลับที่ครูเนสใช้ในการสร้างข้อตกลงที่ประสบความสำเร็จทั้งในห้องเรียนปรกติและการเรียนออนไลน์คือ การแสดงความจริงจังต่อข้อตกลงร่วมกันที่มี แม้ครูเนสจะเป็นคุณครูใจดีมีอารมณ์ขัน แต่เมื่อนักเรียนไม่ทำตามข้อตกลงที่กำหนดร่วมกันแล้วครูเนสก็พร้อมที่จะสวมมาดเข้ม ใช้น้ำเสียงจริงจังในการสอบถามและอธิบายเพื่อสร้างความเข้าใจกับนักเรียนซึ่งครูเนสก็กระซิบบอกมาว่าใช้ได้ผลทุกครั้ง

2. สร้างความสนิทสนมและพื้นที่ปลอดภัย

        ประสบการณ์การเริ่มต้นสิ่งใหม่บางครั้งก็ไม่น่าสนุกเสมอไปเมื่อต้องเผชิญกับอุปสรรคปัญหามากมาย ในขณะที่คุณครูต้องปรับตัวกับช่องทางและสื่อการสอนใหม่ๆ เด็กนักเรียนก็ต้องปรับตัวในการใช้เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ในการเรียนด้วยเช่นกัน ซึ่งบางครั้งก็ไม่ราบรื่นเสมอไป เช่น การล็อกอินเข้าระบบ การส่งการบ้านออนไลน์ ครูเนสจึงพยายามสร้างความสนิทสนมและพร้อมให้การช่วยเหลือสนับสนุนนักเรียนตลอดเวลา ในช่วง2 สัปดาห์แรกของการเรียนออนไลน์ แม้จะอยู่นอกเวลาสอนหรือในเวลาส่วนตัว ถ้าเด็กๆ ส่งข้อความมาถามคำถามครูเนสก็จะรีบตอบ อีกทั้งยังสร้างความคุ้นเคยให้เด็กๆ ในการใช้สื่อออนไลน์ ด้วยการถามคำถามง่ายๆ ให้เด็กๆ เข้ามาตอบ เพื่อสร้างความสนิทสนมเช่น ใช้อินเตอร์เน็ตเครือข่ายอะไร เรียนวันแรกรู้สึกอย่างไร

3. สร้างสรรค์สื่อการสอนและวิธีการสอนที่น่าสนใจ

        รวมทั้งจัดการเรียนการสอนในช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเรียนออนไลน์ โดยทางโรงเรียนของครูเนสเคยปรับตารางการเรียนการสอน จากเดิมที่เรียนที่โรงเรียนวันละ7 ชั่วโมง มาเป็นการเรียนออนไลน์เพียงวันละ 3ชั่วโมง ซึ่งพบว่า เด็กๆ ตั้งใจเรียนและมีสมาธิในการเรียนมากกว่า เมื่อระยะเวลาเรียนสั้นลงและมีช่วงเวลาพักระหว่างบทเรียนที่เพียงพอ

        ครูเนสเล่าว่า การสอนออนไลน์ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ในการทำสื่อการเรียนการสอนและออกแบบวิธีการสอน เพราะครูและนักเรียนไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กันเหมือนเวลาอยู่ในห้องเรียน วิธีการหนึ่งที่ครูเนสใช้คือ การสอนวิทยาศาสตร์โดยเชื่อมโยงกับสิ่งรอบตัว เช่น ให้นักเรียนหาสิ่งของในบ้านมาโชว์แล้วอธิบายว่าเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์อย่างไร โดยครูเนสได้แสดงตัวอย่างให้เด็กๆ ดูก่อน พร้อมทั้งให้เด็กๆ แต่งคำขวัญสนุกๆ ส่งมาด้วย

        ครูเนสยังได้จัดทำมิวสิควีดีโอเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ แล้วให้เด็กนักเรียนเข้าไปฟังแล้วตอบคำถามในแบบฝึกหัดซึ่งเป็นที่ชื่อชอบของนักเรียนมาก เพราะทำให้จำเนื้อหาบทเรียนได้แม่นยำ เช่น

เพลงเกี่ยวกับการหมุนเวียนของอากาศ https://www.youtube.com/watch?v=gZQU3risWAw

เพลงเกี่ยวกับการทำงานของไต https://www.youtube.com/watch?v=MOPdJR00DAg

        นอกจากนี้ครูเนสยังเลือกใช้ template ในการจัดทำแบบฝึกหัดและสั่งการบ้านที่น่ารักสนุกสนาน เพื่อดึงดูดให้นักเรียนสนใจอยากทำแบบฝึกหัดและการบ้าน พร้อมทั้งยังเปิดช่องทางในการส่งงานได้ทั้งไลน์และเฟสบุ๊ค ในอนาคตครูเนสวางแผนจะลองใช้แพลตฟอร์มใน Line Ads ให้นักเรียนส่งงาน เพราะมีฟังก์ชันในการประกาศต่างๆ และการสะสมแสตมป์แลกรางวัล เพื่อจูงใจให้นักเรียนส่งการบ้านมากขึ้น

4. กระตุ้นให้นักเรียนมีปฏิสัมพันธ์ในห้องเรียน

        การนั่งเรียนผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เป็นเวลานานๆ อาจทำให้นักเรียนเบื่อหน่ายหรือไม่มีสมาธิในการเรียน ดังนั้นจึงต้องอาศัยการกระตุ้นและสร้างความกระตือรือร้น เช่น การถามคำถามหากนักเรียนไม่อยากเปิดไมค์ก็ให้ช่วยกันพิมพ์คำตอบได้ สำหรับเด็กนักเรียนที่ไม่ค่อยตอบคำถาม อาจใช้การเรียกชื่อให้ตอบ พร้อมทั้งจัดสรรเวลาในคาบเรียนให้มีช่วงเวลาในการพักทำแบบฝึกหัด ซึ่งครูเนสอาจจะเปิดเพลงเบาๆ ให้ฟัง หรือช่วงเวลาผ่อนคลายที่ครูและนักเรียนคุยเล่นกัน

5. สอดแทรกจริยธรรมและการรู้จักตัวเองลงในบทเรียน

        แม้จะเป็นบทเรียนวิทยาศาสตร์ครูเนสก็หาช่องทางในการสอดแทรกบทเรียนทางจริยธรรม หรือแบบฝึกหัดให้เด็กๆ ได้สะท้อนตัวเองลงไปด้วย เช่น เมื่อสอนเรื่องเยื่อหุ้มเซลล์ ก็อธิบายว่าเยื่อหุ้มเซลล์เป็นเยื่อที่คัดกรองให้สารบางอย่างผ่านเข้าไปได้เท่านั้น เหมือนชีวิตของนักเรียนที่สามารถคัดกรองเฉพาะสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตได้เช่นกัน หรือแบบฝึกหัด คนในดวงใจ x ระบบอวัยวะ ที่รวมทั้งความรู้ทางวิทยาศาสตร์และจริยธรรมไว้ด้วยกัน โดยให้นักเรียนหาบุคคลในดวงใจ พร้อมทั้งอธิบายเกี่ยวกับระบบอวัยวะที่สำคัญ และคุณธรรมที่เป็นจุดเด่นของบุคคลนั้น

     

        ถึงแม้ห้องเรียนออนไลน์จะมีข้อจำกัดมากมาย ไม่เหมือนกับห้องเรียนปรกติ แต่ก็มีข้อดีในการเปิดโอกาสให้เด็กนักเรียนได้ฝึกใช้เทคโนโลยีในการเรียน พร้อมทั้งยังเป็นช่องทางที่ทำให้ครูผู้สอนและผู้ปกครองของนักเรียนได้ติดต่อสื่อสารกันมากขึ้นกว่าเดิมด้วย