Stories from the ground

เรื่องเล่าจากห้องเรียน - ครูว่างไหม หนูมีเรื่องอยากเล่าให้ฟัง

May 30, 2020

“ครูว่างไหม หนูมีเรื่องอยากเล่าให้ฟัง”  

ข้อ 1 ว่าไง มีอะไร

ข้อ 2 วันหลังแล้วกันนะ

นี่คือคำถามสำคัญกับวินาทีที่แว็บขึ้นมาเราจะตอบไปว่ายังไงดีนะ 

เพราะมันอาจจะเป็นประตูที่นำไปสู่การพัฒนาความสนิทของครูและนักเรียนได้เข้าไปเห็นมุมอื่น ๆ ที่เด็กคนนี้ไม่เคยให้ใครเข้าไปเลยก็เป็นได้หรือมันอาจจะเป็นการปิดประตูนั้นทิ้งไป ที่ต่อให้วันหลังเรามาถามนักเรียนอีกครั้ง “เมื่อวันนั้นมีอะไรจะเล่าให้ครูฟังหรอ” เขาอาจจะไม่เล่าให้เราฟังง่าย ๆ แล้วก็ได้เพราะเราเคยปฏิเสธไปแล้วหนึ่งครั้ง ก็เป็นสิทธิของเจ้าบ้านแหละที่จะไม่เปิดให้ใครเข้ามาง่าย ๆ แต่นั่นก็ไม่ได้เลวร้ายสะทีเดียวเพราะจริง ๆ เรารู้กันดีว่าเจ้าบ้านวัยรุ่นเหล่านี้เอง ก็อยากจะต้อนรับคนที่เข้าใจ  รับฟังและอยู่เคียงข้างพวกเขาแต่อาจจะต้องงัดกลยุทธ์เทคนิคขึ้นมาสะหน่อยบวกกับให้เวลาพวกเขา  เพื่อจะแง้มประตูนี้ให้กลับมาเปิดได้อีกครั้ง  

 

เช่นเดียวกับน้องบูม นักเรียนหญิง ม.3 ที่มั่นใจในตัวเอง รู้ความชอบของตัวเอง รู้ว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไรอยากทำอะไร เป็นตัวช่วยให้คุณครูและเพื่อน ๆ ได้เรียกได้ว่าเป็นเด็กที่โดดเด่นเลยทีเดียว มีความสามารถด้านภาษาอังกฤษจนได้มีโอกาสรับทุนไปเรียนระยะสั้นที่ประเทศออสเตรเลียเลยทีเดียว 

 

เมื่อสายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความชื่นชมแต่ในขณะเดียวกันความแตกต่างจากมุมมองของแต่ละคน ก็นำมาซึ่งสิ่งที่ดีและไม่ดีคนที่ชอบและไม่ชอบ คนที่เห็นด้วยแหละไม่เห็นด้วย เป็นคนมั่นใจในตัวเองเกินไปบางคนอาจจะมองว่าดูแรง และไม่น่ารักในสายตาคนอื่น หรือไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดจากใครก็ตามแต่  ค่อย ๆ ส่งผลให้คนอื่นมองข้ามประตูบานหนึ่งของเด็กคนนี้ไป

 

ครูใบเตย ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง รุ่นที่ 5  กับการเป็นครูในโรงเรียนชุมชนมู่บ้านพัฒนามีโอกาสได้เจอกับน้องบูมในวิชาชมรมด้วยกัน กิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำให้ครูใบเตยได้มีโอกาสรับฟังเรื่องของนักเรียน  ได้รู้จัก พูดคุยกัน กับความคิดที่ว่า “เรารับฟังนักเรียนด้วยการไม่ตัดสิน วางกฏเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่อให้พวกเขารู้สึกปลอดภัยที่จะเล่าเรื่องๆ ต่าง ๆ ให้เราฟัง” 

 

โชคดี (?) ที่ประตูนี้ของน้องบูมยังไม่ได้ปิดตายครูใบเตยมาได้ทันเวลาพอดีที่น้องบูมจะแง้มประตูรับครูใบเตยให้ได้เห็นอีกมุมหนึ่งอีกครั้งมุมเด็กธรรมดาที่ต่อจะให้มั่นใจ หรือเก่งแค่ไหน แต่ก็ยังคงเป็นเด็กอายุ 15 คนหนึ่งของคุณครู ที่มีมุมอ่อนไหว อ่อนแอ สับสน ไม่มั่นใจในตัวเองบางครั้งก็เสียกำลังใจจากคำพูดหรือเจ็บปวดจากสายตาของคนอื่น อยากได้ทั้งกำลังใจและแน่นอนยังคงต้องการคนที่ใส่ใจ  รับฟังและเชื่อมั่นในตัวเขา เช่นเดียวกับเด็กคนอื่น ๆ 

 

“ไม่ใช่แค่บูม แต่เด็กทุกคนมีทั้งข้อดีข้อเสียมีมีเรื่องราวซึ่งเป็นเรื่องปกติ เป็นธรรมชาติของพวกเขาอะไรที่เป็นสิ่งที่ดีเราก็สนับสนุนและให้ความมั่นใจกับพวกเขาหรือถ้าเป็นอะไรที่ไม่ดี ก็อย่าเพิ่งปิดกั้น หรือต่อต้าน รับฟังก่อนให้มันเป็นพื้นที่ ๆ พวกเขารู้สึกปลอดภัย” 

 

ขอบคุณเรื่องราวจากครูใบเตย และน้องบูมที่แบ่งปันให้เราได้ฟังจึงไม่แปลกการที่นักเรียนได้เจอใครสักคนที่พร้อมจะรับฟังเข้าใจ และเปิดโอกาสให้พวกเขาได้เล่าเรื่องจากความรู้สึกที่มาจากใจพวกจริง ๆ  ในพื้นที่ที่สบายใจและปลอดภัย เหมือนการที่เราเปิดประตูให้ใครคนนึงเข้ามาในบ้านเราแล้วเขาคนนั้นเข้าใจ และไม่ทำร้ายจิตใจของเรา จึงเป็นสิ่งที่พิเศษสำหรับนักเรียน   


เรียบเรียงและภาพประกอบโดย
Nook Pawanrat

ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์
สอนเพื่อประเทศไทย