Stories from the ground

“ครู ผมว่าผมจะเลิกแกล้งเพื่อนละ”

July 23, 2020

ย้อนกลับไปเมื่อเทอมแรกของนักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนเทพศาลาประชาสรรค์ จังหวัดนครสวรรค์นักเรียนแต่ละคนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้จักกันการเปิดเทอมครั้งนี้จึงเป็นช่วงเวลาทำความรู้จักและปรับตัวกันของเด็ก ๆ ในห้องรวมไปถึงคุณครูประจำชั้น ครูแบงค์ ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่นที่ 5ที่ได้รู้ทำความรู้จักนักเรียนในห้องเป็นครั้งแรกเหมือนกัน

 

“เราสังเกตเห็นว่ามีนักเรียนคนหนึ่งชอบโดนเพื่อนแซวแกล้งอยู่เป็นประจำ”ครูแบงค์เล่าให้เราฟังถึงสถานการณ์และที่มาของปัญหาเมื่อความแตกต่างกลายเป็นจุดที่ทำให้เพื่อนคนอื่นๆ แกล้งได้อาจจะทั้งเจตนาและไม่เจตนา จึงนำมาสู่การเรียนรู้ผ่านกิจกรรมของครูแบงค์ที่ได้จากการศึกษาทั้งจากข้อมูลและตัวอย่างจากแหล่งความรู้รวมไปถึงหลักสูตรที่ช่วยสนับสนุนครูแนะแนวอย่าง a-chieve ก็เป็นตัวช่วยเสริมไอเดียให้ครูแบงค์นำมาประยุกต์ใส่ความคิดสร้างสรรค์เพื่อปรับให้พอเหมาะกับเด็ก ๆ ของเรา

 

อาหารจานพิเศษของห้องเราคืออะไรกิจกรรมแรกเริ่มต้นด้วยการให้นักเรียนแต่ละคนเลือกส่วนผสมวัตถุดิบที่ตนเองชื่นชอบเช่น ด.ช. ก เลือกไข่ไก่ ด.ญ.ข เลือกไส้กรอกเมนูของห้องเราอาจจะเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรวมมิตรหรือยำสุดพิเศษก็ตามส่วนผสมวัตถุดิบต่าง ๆ เหล่านี้ย่อมเป็นส่วนสำคัญทำให้เมนูของห้องเราแตกต่างพิเศษกว่าห้องอื่นเป็นเพราะเรามีส่วนผสมที่แตกต่างกัน ครูแบงค์อธิบายสรุปเปรียบเสมือนนักเรียนแต่ละคนในห้อง แม้ว่าเราจะมีความแตกต่างกันแต่เพราะความแตกต่างนี่แหละที่ทำให้ห้องของเรามีความพิเศษ เป็นกิจกรรมให้เด็ก ๆเคารพความแตกต่าง เอกลักษณ์ ของกันและกัน  หลังจากช่วงกิจกรรมแรกผ่านไป ทุกอย่างดูจะโอเคขึ้น แต่เรายังมีกิจกรรมอื่นให้นักเรียนได้เรียนรู้กันอีก

เรามาเป็นนักสืบจับผู้ร้ายกันโดยให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกันเล่นเกม โดยปริศนาในเกมนี้คือตัวละคร ด.ช. เอ เสียชีวิตโดยที่ไม่มีใครรู้ตัวผู้ร้าย จึงเป็นเวลาของเด็ก ๆ ในห้องสวมบทบาทเป็นนักสืบช่วยกันสืบหาว่าใครกันนะคือผู้ร้ายตัวจริง จากเบาะแสในเกมที่ค่อย ๆเฉลยตัวผู้ร้ายออกมาทีละนิดทำให้บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความสนุกสนานจากการมีส่วนร่วมวิเคราะห์และทายตัวคนร้ายในเกมร่วมกัน

 

เมื่อถึงเวลาเฉลยผู้ร้ายตัวจริงที่ทำให้ตัวละคร ด.ช. เอ ต้องเสียชีวิตนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนแต่คือทุกตัวละครนั่นเอง เพราะทุกคนมีความผิดการกระทำในเชิง Bully ของพวกเขาค่อย ๆทำร้ายจิตใจตัวละครด.ช. เอ ทำให้เขาต้องจบชีวิตลงในที่สุด  ครูแบงค์เล่าเพิ่มเติมให้เด็ก ๆฟังว่าเรื่องราวตัวละคร ด.ช. เอ นั้นมาจากเรื่องจริงนอกจากนี้ยังยกตัวอย่างเหตุการณ์อื่น ๆให้นักเรียนเห็นว่ายังมีเรื่องราวลักษณะนี้เกิดขึ้นกับอีกหลายคนไม่ใช่แค่ในต่างประเทศ ในประเทศไทยเองก็มีเหมือนกัน  หลังจบกิจกรรมครูแบงค์ลองให้นักเรียนได้สะท้อนความคิดของตัวเองแล้วเราเคยทำพฤติกรรมอะไรไหมทั้งตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจที่อาจจะทำให้คนอื่นเสียใจได้ เราลองให้นักเรียนตกตะกอนความคิด

 

เมื่อเวลาผ่านไปนักเรียนคนเก่าที่เคยแกล้งเพื่อนเดินบอกครูแบงค์ว่า  “ครูผมว่าผมจะเลิกแกล้งเพื่อนละ” ด้วยความสนิทสนม เด็ก ๆจึงสบายใจที่จะพูดคุยกับคุณครู อีกหนึ่งกิจกรรมของครูแบงค์ที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆได้พูดความในใจกับคุณครู ทำให้นักเรียนที่เคยโดนเพื่อนแซวแกล้งอยู่เป็นประจำได้มีโอกาสบอกขอบคุณครูแบงค์ที่คอยช่วยเหลือทำให้ตอนนี้เพื่อนๆ ไม่แกล้งเขาแล้ว

 

เพราะเป็นผลกระทบทางจิตใจเราจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ การใช้เวลาในการหาข้อมูล วิธีการ ต่าง ๆเพื่อสร้างสรรค์กิจกรรมที่เหมาะสมกับนักเรียน โดยหลังกิจกรรมต่างเราเน้นให้เด็ก ๆมีการสะท้อนกลับความคิดของนักเรียนเองเพื่อให้เขาได้ลองตกตะกอนความคิดของตัวเองจากกิจกรรมในห้องเรียน

 

สิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหานี้ผ่านกิจกรรมต่างๆ ครูแบงค์แบ่งปันให้เราฟังถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือความคิดของนักเรียนสิ่งสำคัญคือความเข้าใจของครูผู้สอนที่มีต่อเด็กถ้าเราไปตัดสินเด็กก่อนตั้งแต่แรกว่าเด็กคนนี้คือเด็กที่ผิดหรือถูกจะทำให้เราสอนโดยมีอคติ เราก็จะไม่เข้าใจว่าเด็กเหล่านั้นมีพื้นฐานความคิดเป็นยังไงแบบไหน มีชุดความคิดหรือความเชื่ออะไรมา หากเรายังไม่เข้าใจแล้วไปเปลี่ยนเขาเราจะไม่สามารถเปลี่ยนได้ แต่ถ้าครูลองลดอคติ รับฟัง และทำความเข้าใจบริบทของเด็กได้ดีระดับหนึ่งเราจะสามารถเข้าใจการกระทำของเด็กและจะสามารถแก้ได้ถึงตัวความคิด หรือชุดความเชื่อที่พวกเขามีอยู่ได้

 

เขียนโดย

Nook Pawanrat