นักเรียนโรงเรียนศรีมโหสถเข้าร่วมการประชุมสัมมนาผู้นำเยาวชนนานาชาติ 2564 (Lead Youth Conference 2021)

November 30, 2021
            เมื่อวันที่  25 – 29 ตุลาคมที่ผ่านมา นักเรียน 6 คนจากโรงเรียนศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมแสดงศักยภาพและพัฒนาความเป็นผู้นำในการประชุมสัมมนาผู้นำเยาวชนนานาชาติ 2564 (Lead Youth Conference 2021) ในประเด็น Cyber Bullying / Bullying และ Gender Equality ซึ่งจัดโดยสถานทูตสหรัฐฯ ร่วมกับโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และ Young Southeast Asian Leaders Initiative (YSEALI)

            “ครูฟอง-อิชยา ธรรมสุวรรณ์” ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงจาก ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการเข้าร่วมโครงการ Lead Youth Conference 2021 ว่า นักเรียนทั้ง 6 คน ใช้เวลาเพียง 1 คืน ช่วยกันเขียนเรียงความส่งเข้าประกวด โดยมีเธอและครูนนท์ ครูทีชฯ อีก 1 คน คอยช่วยดูเรื่องความถูกต้องของหลักไวยากรณ์ และแนะนำสิ่งที่จะนำมาเขียนซึ่งเป็นหัวข้อของการอบรมที่เด็กๆ สนใจ อย่างเรื่อง Cyber Bullying และ Gender Equality

            “โครงการ Lead Youth Conference 2021 เป็นโครงการที่เราได้ยินจากกลุ่มเพื่อนครูทีชฯ แล้วรู้สึกสนใจ เพราะนักเรียนจะได้ฝึกทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ เลยนำมาปรึกษากับคุณครูประจำชั้นของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ปรากฏว่ามีนักเรียนสนใจเข้าร่วม 2 ทีม ทีม ม. 5 จำนวน 2 คน และทีม ม. 6 จำนวน 4 คน แต่ทางกฎของโครงการคือ สมาชิกในทีมต้องไม่ต่ำกว่า 3 คน เลยต้องคุยให้ทั้ง 2 กลุ่มรวมทีมกัน ซึ่งค่อนข้างเป็นเรื่องท้าทายตั้งแต่เริ่มต้น เพราะเขาเรียนกันคนละระดับชั้นและไม่คุ้นเคยกันมาก่อน

          ด้วยความที่นักเรียน ม. 5 อยากได้รับประสบการณ์ในการฝึกทักษะภาษาอังกฤษ และนักเรียน ม. 6 ก็อยากเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ เป็นใบเบิกทางให้รุ่นน้องได้รู้ว่ายังมีกิจกรรมของโครงการนี้ที่มีความน่าสนใจและเป็นโอกาสในการฝึกการใช้ภาษาอังกฤษที่ดี เขาจึงตกลงใจรวมทีมกันได้ หลังจากนั้นก็ปล่อยให้เขาช่วยกันเขียนเรียงความส่งเข้าประกวดโครงการตามหัวข้อที่กำหนดคือเพราะเหตุใดจึงสนใจเข้าร่วมโครงการนี้” ครูฟองกล่าว

             จากการที่ครูฟองเล็งเห็นศักยภาพและเชื่อมั่นในตัวนักเรียนจึงได้ส่งเสริมและหาโอกาสให้นักเรียนได้เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำและทักษะภาษาอังกฤษนอกจากนักเรียนจะได้พัฒนาทักษะและความรู้แล้ว พวกเขายังตระหนักถึงคุณค่าและความสามารถของตนเองอีกด้วย

           “ระหว่างรอฟังผลการคัดเลือก เราคุยกันว่าหากไม่ผ่านการคัดเลือก ก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะทุกคนตั้งใจทำกันอย่างเต็มที่และดีมากแล้ว แต่สุดท้ายก็มีชื่อของทีมโรงเรียนศรีมโหสถผ่านเข้ารอบคัดเลือก ได้ร่วมกิจกรรมอบรมของโครงการ Lead Youth Conference 2021 ในที่สุด” ครูฟองเล่าอย่างภาคภูมิใจ

            ตลอด 5 วันเต็ม เด็กๆ ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่พวกเขามี เพราะการอบรมครั้งนี้ ครูไม่สามารถเข้าร่วมได้ นักเรียนที่ผ่านเข้ารอบทุกคนได้ใช้ทักษะภาษาอังกฤษอย่างเต็มที่ ถึงแม้เวลาสื่อสารกันนอกเวลาอบรมจะยังใช้ภาษาไทยแต่เมื่อถึงเวลาอบรมทั้ง 6 คนก็สามารถแสดงให้เห็นว่าสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ และยังร่วมทำความรู้จักกับเพื่อนต่างโรงเรียนและต่างชาติด้วย แม้จะเป็นการทำกิจกรรมออนไลน์

            ครูฟองเล่าถึงประโยชน์ที่ได้รับนอกเหนือจากการฝึกทักษะภาษาอังกฤษว่า “เด็กๆ ได้ฝึกความเป็นผู้นำ ได้พัฒนา Growth Mindset หรือพัฒนาความคิดของตัวเอง ถึงจะอยู่โรงเรียนเล็กๆ แต่เขาไม่คิดว่าเขาด้อยไปกว่าใคร มีความมั่นใจ และคิดว่าเขายังสามารถพัฒนาตัวเองต่อไปได้อีก”

            นอกจากนั้นยังมีเรื่องของ Grit ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าพรสวรรค์ แต่คือการอดทน พยายามทำการบ้านอย่างหนักเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ตั้งแต่เริ่มต้นเด็กๆ ได้ใช้ความพยายามทุ่มเท ช่วยกันระดมความคิด และเขียนเรียงความส่งผลงานจนได้รับเลือกให้เข้าอบรม โดยในระหว่างการอบรม ตัวแทนจากโรงเรียนศรีมโหสถทั้ง 6 คนยังร่วมกิจกรรม Hackathon โดยนำความรู้ที่ได้รับจากการเวิร์คช็อปกับที่ปรึกษามาสร้างเป็นไอเดียนำเสนอโปรเจ็คในรูปแบบของสื่อต่างๆ ซึ่งนักเรียนเลือกทำหนังสั้นประมาณ 3 นาที นำเสนอเรื่องการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ Cyber Bullying และ Gender Equality ในโรงเรียน โดยใช้เวลาเพียง 1 วัน

            แม้ทีมของโรงเรียนศรีมโหสถจะไม่ได้รับรางวัลจากการอบรมครั้งนี้ แต่การเปิดโอกาสให้พวกเขาได้มีพื้นที่แสดงศักยภาพที่มีอยู่ในตัว และแสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถเรียนรู้ พัฒนาตัวเองในด้านต่างๆ ได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว เสมือนเป็นรางวัลที่ไม่อาจประเมินคุณค่า ซึ่งช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงอันจะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาของไทยต่อไปในอนาคต

             “ผมคิดว่าผมพัฒนาได้อีก ปีหน้าผมจะพาเพื่อนไปร่วมโครงการนี้กับผมด้วย” ประโยคสั้นๆ จากเด็กนักเรียนที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่มีได้อย่างแจ่มชัด ทั้งยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนเป็นครูอย่างครูฟองทำหน้าที่ครูอย่างมีศักยภาพต่อไปด้วยเช่นกัน