Stories from the ground

โครงการ Student Learning in Crisis: ครูจ๊ะเอ๋ ครูจ๋า โรงเรียนวัดมโนรม จังหวัดชลบุรี

June 5, 2020

ย่อขนาดห้องเรียน ให้อยู่ในหน้าจอ

เมื่อนักเรียนเจอครูไม่ได้แต่เราเจอกันบนหน้าจอได้

ด้วยสถานการณ์ COVID-19 ในปัจจุบัน นอกจากส่งผลต่อการเลื่อนเปิดเทอมแล้ว อีกหนึ่งจุดสำคัญคือการวางแผนเตรียมความพร้อมเพื่อให้นักเรียนยังคงสามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียมทาง Teach for Thailand จึงได้สนับสนุนให้เกิดโครงการการจัดการเรียนรู้ในสภาวะวิกฤต (Student Learning in Crisis) ซึ่งเป็นโครงการที่ให้เหล่าครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่กระจายอยู่ตามโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย ได้จัดทำวิธีการเรียนการสอนโดยใช้เทคโนโลยี ผ่านระบบออนไลน์ ที่ไม่ได้เน้นเพียงแค่วิชาการ แต่ยังรวมไปถึงทักษะการพัฒนาตนเองและองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องในสถานการณ์ COVID-19 ผ่านการเตรียมแนวทาง (Guideline) และแผนการปฏิบัติงาน (Execution Plan) ที่จะช่วยให้ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที

ทั้งนี้ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงจะนำตัวโครงการนี้ไปประยุกต์และปรับให้เหมาะแต่ละบริบทของโรงเรียนนั้น ๆ โดยจะเป็นแนวทาง หรือมีเป็นส่วนสนับสนุนเพิ่มเติมให้กับมาตรการ วิธีการรับมือของโรงเรียน ซึ่งแต่ละโรงเรียนอาจมีวิธีการที่แตกต่างกันออกไปนอกจากจะเป็นสนามให้ ทั้งครูและนักเรียนได้ทดลอง ทำการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์แล้วยังสามารถเป็นแนวทางให้กับหน่วยงานด้านการศึกษาและโรงเรียนสามารถนำมาถอดบทเรียน และปรับใช้ต่อไป

 

เช่นเดียวกันกับ ครูจ๋า แพรวพรรณ วาสวกุล และครูจ๊ะเอ๋ สุวิภา ตรีสุนทรรัตน์ ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่นที่6 โรงเรียนวัดมโนรม จังหวัดชลบุรี โดยได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใส่ใจการศึกษา บริษัทไทยออยล์จำกัด(มหาชน) โดยครูทั้งสองคน ได้นำตัวโครงการการจัดการเรียนรู้ในสภาวะวิกฤต มาปรับให้เข้ากับบริบทของโรงเรียน ซึ่งความท้าทายของการจัดการเรียนการสอน สำหรับคุณครูคือ เรื่องการสื่อสาร การดึงความสนใจ วิธีที่จะทำให้เด็ก ๆเข้ามานั่งและสนุกไปกับห้องเรียนบนหน้าจอ คุณครูทั้งสองคนจึงทำการศึกษาบริบท ค้นหาเรียนรู้ และทดลองเลือกใช้ทั้งวิธีการและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับนักเรียน  และเสนอโครงการนี้กับผู้อำนวยการโรงเรียนวัดมโนรมซึ่งผู้อำนวยการเห็นชอบ และอนุญาตให้ดำเนินการ

 

ปัจจุบัน (3 มิถุนายน 2563 ) ผ่านไป 3 สัปดาห์แล้ว กับวิธีการสอนออนไลน์ ของครูจ๋าและครูจ๊ะเอ๋ มีการลองผิด ลองถูก ปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับการเรียนการสอน ทั้งครูและนักเรียนโดยใช้โปรแกรม ZOOM (โปรแกรมประชุมทางไกล ที่สามารถใช้งานผ่านทางคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ได้) เป็นห้องเรียนในการสอนและโต้ตอบ ร่วมกับ Facebook Group ที่ใช้ในการส่งงานและติดต่อสื่อสารนอกห้องเรียน

โดยเราได้สัมภาษณ์ครูจ๋าและครูจ๊ะเอ๋ถึงวิธีการและเทคนิคในการเรียนการสอนในห้องเรียนย่อส่วน บนหน้าจอ              

“...เรายังคงมีกฎเกณฑ์ที่ปฏิบัติเป็นปกติในห้องเรียนรวมไปถึงการกระตุ้นเพื่อดึงความสนใจ และการเช็คความเข้าใจของนักเรียนเป็นประจำเรายังคงมีทุกอย่างเหมือนเดิม เหมือนในห้องเรียนปกติเพียงแต่ใหม่ที่เทคนิคและวิธีการ...”

“...พอเป็นออนไลน์การสื่อสารต้องกระชับ ตรงประเด็น เปลี่ยนวิธีการสอนแบบบรรยาย เป็นการตั้งคำถาม ให้นักเรียนมีส่วนร่วมความพิเศษของการเป็นออนไลน์คือ เรามีช่องทางในการเช็คความเข้าใจของเด็ก ๆ มากขึ้นแทนการยกมือตอบในห้องเรียน ด้วยฟีเจอร์ที่หลากหลายของโปรแกรม ถ้านักเรียนไม่สะดวกเปิดกล้องก็สามารถโต้ตอบผ่านเสียงแทนได้ หรือจะพิมพ์ข้อความมาก็ได้ นอกจากจะไม่น่าเบื่อแล้วยังทำให้นักเรียนกล้ามีส่วนร่วมในห้องเรียนมากขึ้น...”

 

นอกจากนี้ครูจ๋า และครูจ๊ะเอ๋เสริมว่าจากสถานการณ์พิเศษที่ทำให้เราต้องปรับเปลี่ยนและทดลองในสิ่งใหม่ ทำให้เราได้เรียนรู้ และค้นพบอะไรใหม่ด้วยเช่นกัน ในกรณีของเด็กๆ เทคโนโลยี และระบบออนไลน์ เป็นสิ่งที่อยู่ใน Lifestyle ของเด็ก อยู่แล้ว ในการเรียนออนไลน์ครั้งนี้ ถึงแม้จะเป็นโปรแกรมใหม่ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนแต่เมื่อได้รับคำแนะนำ พวกเขาก็พร้อมที่เรียนรู้ และปรับใช้ได้อย่างรวดเร็วทำให้เราได้เห็นว่าเขามีความสนใจและพร้อมที่จะเรียนรู้ในเทคโนโลยี และระบบออนไลน์  ซึ่งเราสามารถนำมาใช้ร่วมกับการเรียนในห้องเรียนปกติได้สร้างความน่าสนใจ ประยุกต์ใช้เป็นตัวช่วยได้ทั้งนักเรียน และครู

เมื่อเราอยู่ในสภาวะวิกฤตแต่การเรียนรู้ต้องไม่วิกฤตตาม การศึกษา ค้นคว้าวิธีการและเทคโนโลยี เพื่อนำมาประยุกต์ ปรับใช้ให้เหมาะสมกับทั้งนักเรียนและโรงเรียนของเรา ให้นักเรียนยังสามารถเข้าเรียนได้เหมือนเดิมแม้ว่าห้องเรียนจะถูกย่อขนาดเล็กลงเพียงหน้าจอ แต่การเรียนรู้ของเขาไม่ได้เล็กลงและพร้อมที่จะขยายต่อไปไม่สิ้นสุด