Stories from the ground

ให้เวลา แบบคนไม่มีเวลา

July 20, 2020

ฟังดูเป็นประโยคย้อนแย้ง “ถ้าเราไม่มีเวลาแล้วเราจะให้เวลาได้อย่างไรกัน?”                                                                                                                                                                                                                                                                                        

เรื่องราวของครูณัทครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่นที่ 6 ที่โรงเรียนสะเมิงพิทยาคม จังหวัดเชียงใหม่ ที่อยากรู้จักอยากสนิทกับเด็ก ๆ แต่เพราะต้องสอนหลายห้อง หลายชั้นเรียน จึงไม่มีเวลาได้เล่นหรือรู้จักกับพวกเขาอย่างเต็มที่

ถึงแม้จะไม่มีเวลา แต่เรายังพอมีโอกาส ครูณัทใช้โอกาสจากในห้องเรียนโดยการแทรกรูปแบบการทำกิจกรรมประกอบกับการเรียนรู้ภาษาอังกฤษลงไปนอกจากนักเรียนจะได้ความรู้ไปแบบเนียน ๆ แล้วเรายังเป็นโอกาสให้เราได้ทำความรู้จักเด็กๆ มากขึ้นอีกด้วย เนื่องจากนักเรียนแต่ละห้อง แต่ละชั้นเรียน แตกต่างกันออกไป กิจกรรมจึงต้องพิจารณาควบคู่ไปกับนักเรียน

 

เมื่อเทอมแรกที่เข้ามาสอนสำหรับครู และนักเรียนยังคงเป็นคนแปลกหน้าของกันและกัน ครูณัทใช้เวลาจากในคาบเรียนเพื่อทำความรู้จักเด็กๆ อย่างค่อยเป็น ค่อยไป พร้อมกับการสังเกตและสอบถามเพื่อเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับความเป็นนักเรียนของแต่ละห้อง ถึงแม้บางกิจกรรมที่ใจเราชอบมาก ๆ  แต่ถ้าสิ่งนั้นยังไม่ตอบโจทย์นักเรียนของเราก็คงต้องพับเก็บกิจกรรมนั้นไว้ในใจไปก่อน

 

ตัวอย่างกิจกรรมที่ครูณัทเลือกมาให้เด็กๆ ได้ลองเล่นในห้องเรียนนอกจากการได้ความรู้ภาษาอังกฤษ ยังทำให้พวกเขาได้โอกาสรู้จักตัวเอง

เด็กๆ ม. 3 กับการตั้งคำถาม “3 สิ่งที่คิดว่าคือความสุขของเราเป็นภาษาอังกฤษ” คำถามที่ดูเหมือนจะง่ายแต่ไม่ใช่สำหรับเด็กทุกคน  สำหรับนักเรียนบางคนมันคือคำถามที่ยากจะตอบหรือบางคนรู้สึกยากเพราะไม่เคยมีใครถามมาก่อน หรือบางคนยากเพราะเขากำลังเผชิญกับความทุกข์

นักเรียนชั้นม.5 กับการเขียนจดหมายและการแต่งกลอนเป็นภาษาอังกฤษ การเปิดให้โอกาสให้พวกเขาเต็มที่ในการพูดสิ่งที่เขารู้สึกระบายถึงปัญหา หรือสิ่งที่เขากำลังเผชิญได้อย่างอิสระ ในพื้นที่ปลอดภัย ที่มีคนพร้อมเปิดใจรับฟังแม้ภาษาอังกฤษจะเป็นวิธีการที่ท้าทายสำหรับนักเรียน แต่ด้วยความช่วยเหลืออย่างตรงจุดและกำลังใจ จากคุณครู ก็สามารถทำให้พวกเขาดึงศักยภาพตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ พร้อมกับเรื่องราวที่อยากจะเล่าให้ฟัง

 

การที่เราได้รับรู้ถึงปัญหาของนักเรียนทำให้เราสามารถยื่นมือเข้าไปช่วย หรือสนับสนุนพวกเขาได้อย่างดี รวมไปถึงข้อมูลที่เราได้รับและนำไปแบ่งปันกับคุณครูท่านอื่น ๆ ก็เป็นหนึ่งในตัวช่วยที่ทำให้เกิดความตระหนักถึงปัญหาและร่วมกันหาทางป้องกัน ช่วยเหลือ หรือสนับสนุน ให้กับนักเรียนของเราต่อไป

แม้เราจะไม่มีเวลามากพอด้วยความแตกต่างของภาระหน้าที่ หรือปัจจัยอื่น ๆ แต่ถ้าเรายังพอมีโอกาส การลองอนุญาตให้โอกาสนั้นพาเราไปหานักเรียนไม่ว่าจะในรูปแบบใด ที่ไหน หรือเมื่อไหร่ ก็ตาม ย่อมเป็นการสร้างช่วงเวลาดี ๆระหว่างครูและนักเรียนได้เช่นกัน

 

เขียนโดย

NookPawanrat