Stories from the ground

บทบาทสำคัญของผู้ปกครอง...

April 12, 2021

“ครูในบ้าน”ผู้ช่วยเสริมสร้างศักยภาพของลูก
เพื่อการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          “ครู”คือผู้มีบทบาทสำคัญทางการศึกษา ในการสร้างและพัฒนาความรู้ทั้งในด้านวิชาการและการดำรงชีวิต แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า
ครูคนแรกซึ่งเป็นครูที่ดีที่สุดของลูกคือ “พ่อแม่” แม้จะไม่ใช่ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ทั้งหมด หากแต่พ่อแม่ผู้ปกครอง คือผู้สนับสนุน คือหนึ่งฟันเฟืองชิ้นสำคัญ ในการนำพาเด็กและเยาวชนไปสู่ปลายทางแห่งความสำเร็จได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในยามที่ทุกคนต้องอยู่บ้านเพื่อป้องกันตัวเองจากภาวะการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงระบาดอย่างต่อเนื่อง ครูที่โรงเรียนอาจเป็นผู้ถ่ายทอดวิชาการผ่านจอคอมพิวเตอร์ แต่การเรียนออนไลน์ที่บ้านให้บรรลุผลจะเกิดขึ้นได้นั้น นอกจากความตั้งใจของนักเรียนแล้ว การมีส่วนร่วมของ
พ่อแม่ผู้ปกครองคือกำลังสำคัญที่จะช่วยให้เกิดผลลัพธ์อย่างมีประสิทธิภาพ

          ด้วยความตั้งใจในการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชน เพื่อนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงในการสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษาของประเทศไทย มูลนิธิ Teach For Thailand จึงมีความตั้งใจในการสร้างความสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง และชุมชนซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนไปสู่หมุดหมายอย่างมั่นคงและยั่งยืน

“ซีตีฟาตีเมาะ จึเลาะ” หรือ “ครูซีตี” ของนักเรียนโรงเรียนเกาะจันทร์พิทยาคารจังหวัดชลบุรี ได้ถ่ายทอดเรื่องราวการทำงานผ่านบทบาทของการเป็นครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่น 6 ของ Teach For Thailand ซึ่งเธอได้ค้นพบด้วยตัวเองว่าการทำงานโดยได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองในการให้ความสนับสนุนที่ดีช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้มากเพียงใด

          “ปัญหาใหญ่ของที่นี่คือ นักเรียนไม่มาโรงเรียน ซึ่งสำหรับเราแล้ว ครูไม่ได้มีหน้าที่แค่สอนหนังสือในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว เมื่อเห็นปัญหา เราต้องแก้ไข และการไม่เข้าเรียนทำให้ผลการเรียนส่วนใหญ่ของนักเรียนมีทั้งติด 0 ติด ร เพราะไม่ส่งงาน เมื่อเรียกเข้าไปตักเตือน ผลคือการรับปากอย่างเลื่อนลอยโดยไม่เกิดการลงมือแก้ไขใดๆ การให้ผู้ปกครองได้เข้ามามีส่วนร่วมจึงเป็นสิ่งสำคัญ อย่างน้อยเขาจะได้รับรู้ได้เห็นความเคลื่อนไหวของลูกตัวเองว่า วันนี้มาถึงโรงเรียนแล้วหรือไม่ วันนี้ส่งงานอะไรแล้วบ้าง และเป็นผู้ช่วยในการกระตุ้นให้เด็กรู้จักแก้ไขและรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองให้ดีขึ้น”

เมื่อได้รับความร่วมมือเป็นผู้ช่วยในการสนับสนุนส่งเสริมให้นักเรียนกลับเข้าสู่ระบบการเรียนการสอนอย่างมีเป้าหมายจากพ่อแม่ผู้ปกครองแล้ว สิ่งหนึ่งที่
ครูซีตีมองเห็น คือ การแสดงออกถึงความรัก ความใส่ใจ การสร้างความคาดหวังของพ่อแม่ผู้ปกครอง ส่งผลให้เกิดแรงผลักดันซึ่งนำไปสู่การตั้งเป้าหมายในการศึกษาของนักเรียนได้เป็นอย่างดี

ครูซีตีเยี่ยมบ้านนักเรียนและพูดคุยกับผู้ปกครอง

          “ระหว่างการเรียนการสอนในชั้นเรียน เราจะใช้วิธีให้เด็กวางเป้าหมายว่าสิ่งที่เขาคาดหวังอยากให้เกิดขึ้นมีอะไรบ้าง ซึ่งเด็กหลายคนมีความรู้สึกว่าการมาเรียนหนังสือของเขาไม่ได้มีความหมายอะไรมากไปกว่าการไม่อยากให้พวกเขาอยู่บ้านเฉยๆ ไปวันๆ ของพ่อแม่ ดังนั้นเราจึงเกิดความคิดขึ้นมาว่า หากเด็กได้รับรู้ถึงความตั้งใจที่แท้จริงของพ่อแม่ผู้ปกครองในการส่งให้มาเรียนหนังสือ ก็น่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนที่ดีในการตั้งเป้าหมายในการเรียนให้เขาได้ นอกจากจะสร้างกรุ๊ปไลน์ของผู้ปกครองเพื่อสื่อสาร สร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมแล้ว

เรายังให้ผู้ปกครองได้บอกเล่าสิ่งที่เขาคาดหวัง ภาพในอนาคตของลูกตัวเอง
ที่อยากเห็น โดยเขียนใส่กระดาษให้เด็กๆ ได้รับรู้”

          การให้ความร่วมมือของผู้ปกครองยิ่งส่งผลให้เห็นถึงการขับเคลื่อนทางการศึกษาที่สัมฤทธิ์ผลได้เป็นอย่างดี เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เข้ามาสร้างความหวั่นวิตกให้กับผู้คนทั่วโลกและสิ่งที่จะช่วยให้ทุกคนปลอดภัยจากโรคอุบัติใหม่นี้ได้ดีที่สุดคือ การเว้นระยะห่าง ต่างคนต่างอยู่ในที่ทางของตัวเอง การเรียนหนังสือจากที่บ้าน ผ่านระบบการสื่อสารแบบออนไลน์จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

          “ถึงโรงเรียนของเราจะตั้งอยู่ในเขตจังหวัดชลบุรี แต่เป็นพื้นที่ที่ค่อนข้างห่างไกล อยู่ในแถบตะเข็บชายแดน เด็กนักเรียนส่วนใหญ่มีภูมิลำเนาอยู่ในส่วนของจังหวัดฉะเชิงเทรามากกว่า เด็กยังไม่มีความพร้อมในการเรียนออนไลน์ได้ทุกคน การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือ ครูจะเป็นผู้นำแบบฝึกหัดไปส่งให้นักเรียนทำที่บ้านอาทิตย์ละครั้ง ซึ่งหมายความว่าครูจะไม่สามารถตามติดนักเรียนที่ไม่มีอินเตอร์เน็ตได้ทุกวัน ผู้ปกครองจึงเป็นตัวแปรสำคัญในการทำหน้าที่ครูอยู่ที่บ้านแทนครูที่โรงเรียนในช่วงที่โควิดกำลังระบาดอยู่นี้ และก็เห็นได้ชัดว่าการที่พ่อแม่เข้ามาช่วยสร้างความกระตือรือร้นในการทำความเข้าใจบทเรียนที่เด็กไม่เข้าใจ ผู้ปกครองช่วยเป็นตัวกลางในการสื่อสารกับครูและนำไปสร้างความเข้าใจให้ลูกๆ ช่วยให้การเรียนที่บ้านมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”

          แต่ทั้งหมดที่ครูซีตีกล่าวมานี้ เป็นเพียงความร่วมมือของผู้ปกครองส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะปัญหาใหญ่ที่เป็นอุปสรรคสำคัญของนักเรียนและผู้ปกครองโรงเรียนเกาะจันทร์พิทยาคารคือ 90% ในห้องเรียนที่เธอรับหน้าที่เป็นครูที่ปรึกษาพ่อแม่หย่าร้างกัน เด็กส่วนใหญ่อยู่กับตายาย นอกจากนั้นยังมีปัญหาเรื่องผู้ปกครองบางคนไม่มีเวลาให้ลูกมากพอ และผู้ปกครองบางส่วนยังไม่เปิดใจให้ครู 100% เธอจึงพยายามแก้ปัญหาด้วยการจัดกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างครูกับผู้ปกครอง

บรรยากาศการจัดประชุมผู้ปกครอง

          “จุดเริ่มต้นมาจากการประชุมผู้ปกครองซึ่งเราจะพูดวัตถุประสงค์ให้เขารู้ถึงความตั้งใจในการเรียนการสอน เพื่อให้เด็กบรรลุ
เป้าหมาย โดยการเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนของพ่อแม่ผู้ปกครองให้เขาได้เห็นว่าการที่ผู้ปกครองมีส่วนร่วมทำให้เด็กมีพฤติกรรม
ที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ทั้งในด้านการเรียน การเข้าหาครู รวมถึงการเข้าหาผู้ปกครอง"

          "การรวมกลุ่มสร้างคอนเนคชั่นผ่านไลน์กรุ๊ปจึงมีความสำคัญ เพราะสามารถใช้เป็นตัวกลางในการติดต่อสื่อสาร รายงานความประพฤติหรือติดตามนักเรียนได้สะดวกมากขึ้น รวมถึงเรื่องการสื่อสารระหว่างนักเรียนและผู้ปกครองที่เราอยากทำเป็นแนวการให้ความรู้แก่ผู้ปกครอง เรื่องการใช้คำพูดชื่นชมนักเรียน ผู้ปกครองหลายคนยังใช้คำพูดสื่อสารความรู้สึกของตัวเองได้ไม่ดีนัก จากที่ตั้งใจจะให้กำลังใจ อยากพูดอะไรให้เด็กรับรู้ถึงความรักที่เขามี แต่กลับไม่สามารถใช้คำพูดถ่ายทอดความรู้สึกนั้นออกมาได้”

          เป้าหมายหลักของครูซีตีเวลานี้จึงมุ่งเน้นไปที่การทำให้ผู้ปกครองเข้าร่วมกรุ๊ปไลน์ให้ได้ 100% หรือให้ได้มากที่สุด เพื่อจะได้เป็นจุดเริ่มต้นในการสื่อสาร สร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อไปเพราะถึงแม้ปัจจุบันจะมีผู้ปกครองที่เข้าร่วมกรุ๊ปไลน์เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ผลลัพธ์ที่ได้ ทั้งจากผลการเข้าเรียนและตั้งใจเรียนมากขึ้น ความพยายามแก้ไขผลการเรียนทั้งที่ติด 0 หรือติด ร ที่เห็นได้ชัดเจนขึ้น รวมถึงความมีเป้าหมายในการเรียนของนักเรียนของนักเรียนที่ชัดเจนขึ้น เพราะเขาได้รับทราบจุดประสงค์ที่แท้จริงและเห็นถึงความเอาใจใส่ของผู้ปกครองที่แสดงออกได้ดีมากขึ้น

          ไม่ใช่เพียงในมุมมองของครูซีตีเท่านั้นในส่วนของผู้ปกครองที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมก็เห็นถึงพัฒนาการที่ดีขึ้นโดยได้สะท้อนความรู้สึกออกมาเป็นถ้อยคำที่เปี่ยมไปด้วยความชื่นชมว่า

          “ตั้งแต่มีกรุ๊ปไลน์ผู้ปกครอง ได้สื่อสารกับครูได้รับรู้ถึงพฤติกรรมของน้องชาย ซึ่งเราต้องรับหน้าที่เป็นผู้ปกครอง ดูแลน้องแทนพ่อแม่ โดยที่ครูเปิดโอกาสให้เราได้บอกถึงความต้องการว่าอยากเห็นน้องเติบโตไปในทิศทางไหน อยู่ที่บ้านน้องมีพฤติกรรมแบบใด และครูยังได้พูดคุยส่วนตัวเล่าถึงปัญหาของน้องให้ฟังว่าเขามีพฤติกรรมอย่างไรบ้างเมื่ออยู่โรงเรียน ทำให้เราได้รู้ และเริ่มพูดคุยกับน้องใกล้ชิดมากขึ้น

          “สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือจากน้องที่มีพฤติกรรมเกเร ไม่เข้าเรียน ไม่ส่งงาน เปลี่ยนเป็นตั้งใจเรียนมากขึ้น มีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเองรู้จักที่จะเข้าหาพูดคุยกับทั้งเราและพ่อแม่มากขึ้นเพราะครูซีตีค่อนข้างใส่ใจพูดคุยทั้งกับตัวน้องชายและเราเอง ทั้งยังแนะนำให้รู้จักวิธีการเข้าหา พูดคุยกับน้อง จนเราเข้าใจกันมากขึ้น และน้องเองก็เป็นเด็กดีขึ้น บรรยากาศในครอบครัวเราก็ดีขึ้นมาก”

          คำบอกเล่าที่ช่วยสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญในการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการขับเคลื่อนที่จะนำพาไปสู่ความเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาอย่างที่Teach For Thailand ตั้งปณิธานไว้ได้เป็นอย่างดี เพราะ “พ่อแม่” คือครูคนแรกที่เสริมสร้างศักยภาพของลูกให้ดีได้ไม่น้อยไปกว่า “ครูของลูก”ในโรงเรียน