Stories from the ground

โครงการเสริมสร้างสุขภาพจิตและความสัมพันธ์ภายในครอบครัวของนักเรียน

November 30, 2020

เพราะจุดเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงที่ดี... เริ่มต้นที่ครอบครัว

           “การที่มีครูทั้ง 3 คนจาก Teach For Thailand เข้ามา สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนเลยคือ แนวความคิดและวิธีการสอนนั้นค่อนข้างจะแตกต่างกับครูที่อยู่ประจำอย่างเห็นได้ชัด เพราะเขาไม่ได้สอนนักเรียนในห้องเรียนอย่างเดียวแล้วจบ แต่ทั้ง 3 คน มีการวัดระดับประเมินผล มีความใส่ใจเด็กทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียนเมื่อมองเห็นปัญหา ซึ่งปัญหาของเด็กนักเรียนโรงเรียนวังข่อยพิทยาส่วนใหญ่นั้นจะสืบเนื่องมาจากผู้ปกครองหรือครอบครัว เขาก็ไม่วางเฉย พยายามหาวิธีแก้ปัญหา จนในที่สุดก็เกิดเป็นโครงการเสริมสร้างสุขภาพจิตและความสัมพันธ์ของนักเรียนภายในครอบครัวขึ้น จึงนับว่าเป็นโครงการที่ดีและมีประโยชน์กับโรงเรียนและชาวบ้านวังข่อยเป็นอย่างมาก”

           เสียงเล่าจาก “คุณหนึ่ง-คนึงคิด พานพิจิตร” อดีตครูอัตราจ้างโรงเรียนวังข่อยพิทยา ปัจจุบันเป็นเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลวังข่อย กล่าวถึง “ครูอ้วน-ณรงค์ชัย เต็นยะ”, “ครูมูนา-มูนา สันหรน” และ “ครูฮูดา-นูรุลฮูดามะ” ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่นที่ 5 ของ Teach for Thailand ซึ่งได้รับมอบหมายหน้าที่ให้มาประจำการ ณ โรงเรียนวังข่อยพิทยา จ.นครสวรรค์ ตลอดระยะเวลา 2 ปี ด้วยน้ำเสียงที่ชวนให้รับรู้ได้ถึงความชื่นชมจากหัวใจ กับโครงการที่ครูผู้นำฯ ทั้ง 3 คนร่วมกันสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับนักเรียน จนได้รับความสำเร็จและสร้างความพึงพอใจให้กับทั้งนักเรียนผู้ปกครอง ครูในโรงเรียนวังข่อยพิทยา รวมถึงชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดูแลชาวบ้านวังข่อย ขณะที่ครูผู้นำฯ ทั้ง 3 คนก็รู้สึกยินดีกับโครงการของพวกเขาเองเช่นกัน

           “ครูมูนา” 1 ใน 3 ผู้ร่วมดำเนินการจัดทำ "โครงการเสริมสร้างสุขภาพจิตและความสัมพันธ์ของนักเรียนภายในครอบครัว" รับหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวโครงการที่ช่วยลดช่องว่างความต่างระหว่างวัย และสร้างความเข้าใจให้กับเด็กและผู้ปกครอง ซึ่งได้ดำเนินจัดกิจกรรมไปเมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา เล่าให้เราฟังว่า “จริงๆ ก่อนที่จะเกิดเป็นโครงการนี้ทั้งครูมูนาและครูอ้วนต่างก็ตั้งใจทำโครงการของตัวเองขึ้นมา ซึ่งเป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์เดียวกันคือ เรื่องของการสื่อสารความสัมพันธ์ภายในครอบครัว เพราะเป็นปัญหาที่เราสัมผัสได้ตั้งแต่เข้ามาทำหน้าที่ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่นี่ ส่วนใหญ่เด็กไม่ค่อยสนิทกับคนที่บ้าน เนื่องจากบางคนไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ แต่จะอยู่กับพ่อเลี้ยง แม่เลี้ยง หรือลุงป้าน้าอา ส่วนพ่อแม่แท้ๆ ต้องออกไปทำงานในกรุงเทพฯ เพื่อหาเลี้ยงครอบครัว เมื่อมีปัญหาเขาจะเล่าให้เพื่อนหรือปรึกษาครู กลายเป็นว่าบ้านไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยสำหรับเขา

การที่เด็กๆ รู้สึกว่าบ้านไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยสำหรับเขาคือปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเด็กจะพัฒนาได้ต้องมีปัจจัยหลายอย่าง สิ่งสำคัญที่จะคอยสนับสนุนเขาได้ดีที่สุดควรเริ่มมาจากครอบครัว พ่อแม่หรือผู้ปกครองจึงควรเป็นครูคนแรกของลูก

โครงการเสริมสร้างสุขภาพจิตและความสัมพันธ์ของนักเรียนภายในครอบครัวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนและผู้ปกครองได้รับความรู้เรื่องสุขอนามัยและสุขภาพจิตที่ดี ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันอย่างถูกวิธี เพื่อดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข เพื่อให้นักเรียนและผู้ปกครองมีความสัมพันธ์ภายในครอบครัวที่ดี หลีกเลี่ยงสภาวะที่เสี่ยงต่อความรุนแรง โรคภัย ยาเสพติด อุบัติเหตุ ปัญหาทางเพศ โดยการสื่อสารกับคนในครอบครัว และเพื่อให้นักเรียนกับผู้ปกครองมีส่วนร่วมวางแผนจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ภายในครอบครัวได้”

            ครูมูนากล่าวว่า โครงการเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นนี้ เดิมทีตั้งใจเตรียมการตั้งแต่ปีก่อน แต่ด้วยสถานการณ์ของการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงทำให้ทุกอย่างต้องหยุดชะงัก และกลับมาเริ่มต้นสานต่อโครงการอย่างจริงจังเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ภายใต้ความร่วมมือด้วยดีของคณะครูโรงเรียนวังข่อยพิทยา และ อบต. วังข่อย โดยเบื้องต้น ได้คัดเลือกกลุ่มผู้ปกครองและนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นห้องละ 5 คน ด้วยการให้ครูที่ปรึกษาประจำห้องเป็นผู้คัดเลือก เนื่องจากครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงฯ ทั้ง 3 คนต่างเห็นตรงกันว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ดีที่ควรได้รับการสานต่ออย่างต่อเนื่องและยั่งยืน จึงอยากให้ครูประจำโรงเรียนได้เข้ามามีส่วนร่วม

          “เรากำหนดให้ใช้เวลาในการทำกิจกรรม 1 วัน โดยแบ่งให้ช่วงเช้าเป็นส่วนของผู้ปกครอง และบ่ายเป็นส่วนของผู้ปกครองกับนักเรียน โดยเนื้อหาในการทำกิจกรรมหลักๆ คือการให้ความรู้ สอนทักษะการสื่อสารพูดคุยเชิงบวก สมมติเหตุการณ์ให้ผู้ปกครองได้เลือกใช้คำพูดในการสื่อสารกับเด็ก ซึ่งผลตอบรับที่ได้นับว่าดีเกินคาด จริงๆ เราเองก็มีความกังวลใจมากพอสมควร เนื่องจากเราจัดกิจกรรมวันศุกร์นั่นหมายความว่าผู้ปกครองที่มาร่วมกิจกรรมเขาจะต้องเสียรายได้ไปหนึ่งวันแต่เสียงที่เราได้รับจากผู้ปกครองคือ กิจกรรมที่จัดขึ้นครั้งนี้ไม่ได้มีทุกวันการที่เขาได้มาร่วมนับว่าคุ้มค่ามากกว่าเงิน 300บาทที่เขาจะได้ เพราะไม่เคยมีกิจกรรมแบบนี้มาก่อนแล้วเขาไม่เคยเรียนรู้เทคนิคการสื่อสารกับลูกแบบนี้เขาเลยรู้สึกขอบคุณมากที่เราจัดกิจกรรมครั้งนี้ขึ้น และอยากให้ผู้ปกครองคนอื่นๆทุกคนได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมนี้”

           คำพูดทิ้งท้ายของผู้ปกครองที่อยากให้ทุกคนได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมนี้นับเป็นสิ่งที่ตรงใจครูอ้วน ครูมูนา ครูฮูนา รวมถึงครูในโรงเรียนวังข่อยพิทยา และเจ้าหน้าที่ อบต. วังข่อยเนื่องจากทุกคนต่างเห็นว่า เป็นโครงการที่มีประโยชน์และช่วยให้ชุมชนของพวกเขาเข้มแข็งยิ่งขึ้น

“เรื่องการสานต่อและความยั่งยืนของโครงการนี้นับเป็นสิ่งที่เราทั้ง 3 คนกังวล เนื่องจากเราทั้ง 3 คน หมดวาระของการทำหน้าที่เป็นครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงฯ ที่โรงเรียนวังข่อยพิทยาแล้ว แต่เราได้ส่งต่อข้อมูลโครงการให้กับครูผู้นำฯ รุ่นที่ 7 ที่จะเข้ามาอยู่ประจำที่นี่ พร้อมถ่ายทอดข้อมูลต่างๆ เพื่อให้เขาช่วยเข้ามาสานต่อ ซึ่งเขาก็ให้ความสนใจ รวมถึงครูที่อยู่ประจำที่โรงเรียนและเจ้าหน้าที่ อบต. เอง เขาก็พยายามจะช่วยสานต่อโครงการนี้ให้เกิดขึ้นต่อไปเช่นกัน สุดท้ายแล้วครอบครัวคือแหล่งขุมทรัพย์ คือแหล่งพลังงานของนักเรียนที่สำคัญมาก” ครูมูนากล่าว

“สิ่งที่ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงของ Teach For Thailand ทั้ง 3 คน เข้ามาทำนับเป็นพลังบวกที่มีคุณค่าสำหรับการเป็นครูเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาให้กับชุมชนได้อย่างตรงจุดแล้ว ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ครูคนอื่นๆ รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ดูแลชุมชน ให้ทุกคนมีความตื่นตัวหันมาคิดหาทางแก้ไขปัญหาแบบนอกกรอบ เหมือนอย่างที่ครูผู้นำฯ ทั้ง 3 คนทำได้”

“คุณหนึ่ง” เจ้าหน้าที่ อบต. วังข่อย ผู้มีส่วนร่วมสนับสนุนให้โครงการดีๆ เกิดขึ้นด้วยความปรารถนาดีของคนในชุมชนที่อยากเห็นบ้านวังข่อยเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีในอนาคต กล่าวทิ้งท้าย