Stories from the ground

จุดเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงที่ดีด้วยโครงการดีๆ ของครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคมที่ดีกว่าในอนาคต

November 23, 2020

           “การที่มีครูทั้ง3 คนจาก Teach for Thailand เข้ามาสิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนเลยคือ แนวความคิด วิธีการสอนนั้นค่อนข้างจะแตกต่างกับครูที่อยู่ประจำอย่างเห็นได้ชัดเพราะเขาไม่ได้สอนนักเรียนในห้องเรียนอย่างเดียวแล้วจบ แต่ทั้ง 3 คนมีการวัดระดับประเมินผล มีความใส่ใจเด็กทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียนเมื่อมองเห็นปัญหา ซึ่งปัญหาของเด็กนักเรียนโรงเรียนวังข่อยพิทยาส่วนใหญ่นั้นจะสืบเนื่องมาจากผู้ปกครองหรือครอบครัวเขาก็ไม่วางเฉย พยายามหาวิธีแก้ปัญหาจนในที่สุดก็เกิดเป็นโครงการเสริมสร้างสุขภาพจิตและความสัมพันธ์ของนักเรียนภายในครอบครัวขึ้นนับว่าเป็นโครงการที่ดีและมีประโยชน์กับโรงเรียนและชาวบ้านวังข่อยเป็นอย่างมาก”

           เสียงเล่าจาก “คุณหนึ่ง-คนึงคิดพานพิจิตร” อดีตครูอัตราจ้างโรงเรียนวังข่อยพิทยา ปัจจุบันเป็นเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลวังข่อยกล่าวถึง “ครูอ้วน-ณรงค์ชัย เต็นยะ”, “ครูมูนา-มูนา สันหรน” และ “ครูฮูดา-นูรุลฮูดามะ” ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่นที่ 5 ของ Teach for Thailand ซึ่งได้รับมอบหมายหน้าที่ให้มาประจำการณ โรงเรียนวังข่อยพิทยา จ.นครสวรรค์ ตลอดระยะเวลา 2 ปีด้วยน้ำเสียงที่ชวนให้รับรู้ได้ถึงความชื่นชมจากหัวใจ กับโครงการที่ครูผู้นำฯ ทั้ง 3คนร่วมกันสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับนักเรียนจนได้รับความสำเร็จและสร้างความพึงพอใจให้กับทั้งนักเรียนผู้ปกครอง ครูในโรงเรียนวังข่อยพิทยา รวมถึงชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดูแลชาวบ้านวังข่อยขณะที่ครูผู้นำฯ ทั้ง 3คนก็รู้สึกยินดีกับโครงการของพวกเขาเองเช่นกัน

           “ครูมูนา” 1 ใน 3 ของผู้ร่วมดำเนินการจัดทำโครงการเสริมสร้างสุขภาพจิตและความสัมพันธ์ของนักเรียนภายในครอบครัวรับหน้าที่เป็นคนถ่ายทอดเรื่องราวโครงการที่ช่วยลดช่องว่างความต่างระหว่างวัยและสร้างความเข้าใจให้กับเด็กและผู้ปกครอง ซึ่งได้ดำเนินจัดกิจกรรมไปเมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา ว่า “จริงๆ ก่อนที่จะเกิดเป็นโครงการนี้ทั้งครูมูนาและครูอ้วนต่างก็ตั้งใจทำโครงการของตัวเองขึ้นมาซึ่งเป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์เดียวกันคือเรื่องของการสื่อสารความสัมพันธ์ภายในครอบครัว เพราะเป็นปัญหาที่เราสัมผัสได้ตั้งแต่เข้ามาทำหน้าที่ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่นี่ส่วนใหญ่เด็กไม่ค่อยสนิทกับคนที่บ้าน เนื่องจากบางคนไม่ได้อยู่กับพ่อแม่แต่จะอยู่กับพ่อเลี้ยง แม่เลี้ยง หรือลุงป้าน้าอา ส่วนพ่อแม่แท้ๆต้องออกไปทำงานในกรุงเทพฯ เพื่อหาเลี้ยงครอบครัวเมื่อมีปัญหาเขาจะเล่าให้เพื่อนหรือปรึกษาครู กลายเป็นว่าบ้านไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยสำหรับเขา

           จุดนี้ทำให้เราคิดว่าสิ่งนี้คือปัญหาที่ไม่ควรมองข้ามเพราะเด็กจะพัฒนาได้ ต้องมีปัจจัยหลายอย่างสิ่งสำคัญที่จะคอยสนับสนุนเขาได้ดีที่สุดควรเริ่มมาจากครอบครัวพ่อแม่หรือผู้ปกครองจึงควรเป็นครูคนแรกของลูก ซึ่งโครงการเสริมสร้างสุขภาพจิตและความสัมพันธ์ของนักเรียนภายในครอบครัวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนและผู้ปกครองได้รับความรู้เรื่องสุขอนามัยและสุขภาพจิตที่ดีสามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันอย่างถูกวิธีเพื่อดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขเพื่อให้นักเรียนและผู้ปกครองมีความสัมพันธ์ภายในครอบครัวที่ดีเพื่อหลีกเลี่ยงสภาวะที่เสี่ยงต่อความรุนแรงโรคภัย ยาเสพติด อุบัติเหตุ ปัญหาทางเพศ โดยการสื่อสารกับคนในครอบครัวและเพื่อให้นักเรียนกับผู้ปกครองมีส่วนร่วมสามารถวางแผนในการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ภายในครอบครัวได้”

            ครูมูนาว่าโครงการเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นนี้ เดิมทีตั้งใจเตรียมการตั้งแต่ปีก่อนแต่ด้วยสถานการณ์ของการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงทำให้ทุกอย่างต้องหยุดชะงัก และกลับมาเริ่มต้น   สานต่อเริ่มดำเนินโครงการอย่างจริงจังเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ภายใต้ความร่วมมือรวมถึงการให้การสนับสนุนด้วยดีของคณะครูโรงเรียนวังข่อยพิทยา และอบต.วังข่อยโดยเบื้องต้นได้คัดเลือกกลุ่มผู้ปกครองและนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นห้องละ 5 คนด้วยการให้ครูที่ปรึกษาประจำห้องเป็นผู้คัดเลือก เนื่องจากครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงฯทั้ง 3 คนต่างเห็นตรงกันว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีที่ควรได้รับการสานต่อให้เกิดเป็นโครงการต่อเนื่องอย่างยั่งยืนจึงอยากให้ครูประจำโรงเรียนได้เข้ามามีส่วนร่วม

          “เรากำหนดให้ใช้เวลาในการทำกิจกรรม 1 วัน โดยแบ่งให้ช่วงเช้าเป็นส่วนของผู้ปกครองและบ่ายเป็นส่วนของผู้ปกครองกับนักเรียน โดยเนื้อหาในการทำกิจกรรมหลักๆคือการให้ความรู้ สอนทักษะในการสื่อสารพูดคุยเชิงบวกสมมติเหตุการณ์ให้ผู้ปกครองได้เลือกใช้คำพูดในการสื่อสารกับเด็กซึ่งผลตอบรับที่ได้นับว่าดีเกินคาด เพราะจริงๆ เราเองก็มีความกังวลใจมากพอสมควรเนื่องจากเราจัดกิจกรรมวันศุกร์นั่นหมายความว่าผู้ปกครองที่มาร่วมกิจกรรมเขาจะต้องเสียรายได้ไปหนึ่งวันแต่เสียงที่เราได้รับจากผู้ปกครองคือ กิจกรรมที่จัดขึ้นครั้งนี้ไม่ได้มีทุกวันการที่เขาได้มาร่วมนับว่าคุ้มค่ามากกว่าเงิน 300 บาทที่เขาจะได้ เพราะไม่เคยมีกิจกรรมแบบนี้มาก่อนแล้วเขาไม่เคยเรียนรู้เทคนิคการสื่อสารกับลูกแบบนี้เขาเลยรู้สึกขอบคุณมากที่เราจัดกิจกรรมครั้งนี้ขึ้น และอยากให้ผู้ปกครองคนอื่นๆทุกคนได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมนี้”

            คำพูดทิ้งท้ายของผู้ปกครองในเรื่องของการอยากให้ทุกคนได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมนี้นับเป็นสิ่งที่ตรงใจครูอ้วน ครูมูนา ครูฮูนา รวมถึงครูในโรงเรียนวังข่อยพิทยาและเจ้าหน้าที่อบต.วังข่อยเนื่องจากทุกคนต่างเห็นว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์ซึ่งจะช่วยให้ชุมชนของพวกเขาเข้มแข็งยิ่งขึ้น

            “เรื่องการสานต่อและความยั่งยืนของโครงการนี้นับเป็นสิ่งที่เราทั้ง 3 คนกังวลเนื่องจากเราทั้ง 3คนหมดวาระของการทำหน้าที่เป็นครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงฯ ที่โรงเรียนวังข่อยพิทยาแล้วแต่เราได้ส่งต่อข้อมูลโครงการให้กับครูผู้นำฯ รุ่นที่ 7 ที่จะเข้ามาอยู่ประจำที่นี่ พร้อมถ่ายทอดข้อมูลต่างๆ เพื่ออยากให้เขาช่วยเข้ามาสานต่อซึ่งเขาก็ให้ความสนใจ รวมถึงครูที่อยู่ประจำที่โรงเรียนและเจ้าหน้าที่อบต.เองเขาก็พยายามจะช่วยสานต่อโครงการนี้ให้เกิดขึ้นอย่างต่อไปเช่นกันสุดท้ายแล้วครอบครัวคือแหล่งขุมทรัพย์ คือแหล่งพลังงานของนักเรียนที่สำคัญมาก” ครูมูนากล่าว

            “สิ่งที่ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงของ Teach for Thailand ทั้ง 3คนเข้ามาทำนับเป็นพลังบวกที่มีคุณค่าสำหรับการเป็นครูเป็นอย่างมากสิ่งที่เขาทำนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาให้กับชุมชนได้อย่างตรงจุดแล้วยังเป็นแรงบันดาลใจให้ครูคนอื่นๆรวมถึงเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ดูแลชุมชนให้ทุกคนมีความตื่นตัวหันมาคิดหาทางแก้ไขปัญหาแบบนอกกรอบเหมือนอย่างที่ครูผู้นำฯ ทั้ง 3 คนทำได้” ประโยคทิ้งท้ายของ“คุณหนึ่ง” เจ้าหน้าที่อบต.วังข่อย ผู้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนให้โครงการดีๆเกิดขึ้นด้วยความปรารถนาดีของคนในชุมชนที่อยากเห็นบ้านวังข่อยเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีในอนาคต