Stories from the ground

“สร้างสรรค์ สืบสาน ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น” อีกหนึ่งกระบวนการการเรียนรู้ในการสร้างเสริมศักยภาพความเป็นผู้นำ

March 10, 2021

     จากความเชื่อว่าการศึกษาสามารถสร้างคนหนึ่งคนให้มีชีวิตที่ดีขึ้นได้ กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ “ครูตี้-คริสติยา เจียรวัติวงศ์” ก้าวเข้าสู่บทบาทการเป็นครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงของ Teach For Thailand ซึ่งนอกจากการสอนหนังสือแล้ว ครูตี้ยังรับหน้าที่เป็นครูผู้ดูแลโครงการรักษ์ป่าน่าน ที่โรงเรียนมัธยมป่ากลาง จังหวัดน่าน ได้เข้าร่วมมาตั้งแต่ปี 2558 โดยที่ครูตี้ได้คิดกิจกรรมมาต่อยอด เพื่อสร้างเสริมศักยภาพความเป็นผู้นำของนักเรียน ผ่าน “ผ้าเขียนเทียน” ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านอำเภอปัว ที่สืบสานส่งต่อกันมานับร้อยปี

     “โครงการรักษ์ป่าน่านเป็นโครงการในพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้โรงเรียนจัดการเรียนการสอนที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อมในจังหวัดน่าน ซึ่งโรงเรียนมัธยมป่ากลางได้รับเลือกให้เป็นโรงเรียนแกนนำของโครงการฯ โดยได้รับทุนสนับสนุนจำนวน 15,000 บาท และเราได้นำมาต่อยอดทำเป็นกิจกรรมนักเรียนแกนนำ ประกาศรับสมัครนักเรียนให้รวมกลุ่มกันออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าเขียนเทียนอันเป็นทรัพยากรที่เกิดจากภูมิปัญญาของคนในชุมชนที่มีอยู่เดิม”

     ครูตี้ เล่าถึงโครงการในความดูแลซึ่งได้รับผลตอบรับจากนักเรียนในโรงเรียนเป็นอย่างดี นักเรียนแต่ละกลุ่มที่สมัครเข้าโครงการจะได้รับเงินทุนจำนวนกลุ่มละ 1,500 บาท เพื่อเป็นทุนในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากผ้าเขียนเทียนออกมาจำหน่าย โดยจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวและกลุ่มวัยรุ่นคนรุ่นใหม่ และนักเรียนที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ ต่างก็ทำได้ดี

     “จากความที่เราเองได้มีโอกาสเข้าไปคลุกคลีเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวบ้านในชุมชน ทำให้เรามีความเชื่อว่า ผ้าเขียนเทียนนั้นเป็นทรัพยากรที่สามารถนำมาพัฒนาต่อยอดสร้างคุณค่าและเพิ่มมูลค่าให้กับชุมชนได้ รวมถึงความที่เรายึดถือมาตลอดว่า นักเรียนทุกคนมีศักยภาพและสามารถพัฒนาได้ โครงการผ้าเขียนเทียนจึงเกิดขึ้นมาเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นให้นักเรียนก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซน และได้ลงมือทดลองทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำ อีกทั้งยังได้รู้สึกภาคภูมิใจในภูมิปัญญาที่ได้รับการสืบทอดมากว่าร้อยปีจากชุมชนของพวกเขาเอง

     โครงการฯ นี้ยังช่วยเปิดโอกาสให้นักเรียนที่มีความสนใจด้านนี้ได้ใช้ศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังช่วยให้เขาได้รู้จักตัวเอง ได้ค้นหาตัวเอง ได้ใช้ความสามารถและพัฒนาตัวเองในแบบที่อยากเป็น

     นอกจากนั้น หากเรามองภาพให้ไกลขึ้น ถ้าโครงการออกแบบผลิตภัณฑ์จากผ้าเขียนเทียนเกิดขึ้นเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง สินค้าสามารถขายได้จริง ตอบโจทย์ตลาดจริง ผลประโยชน์จะไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับตัวนักเรียนหรือโรงเรียน แต่จะส่งไปถึงชุมชนด้วย เพราะอำเภอปัวก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของจังหวัดน่าน มีถนนคนเดินซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมมาเยี่ยมชมอยู่แล้ว เมื่อสินค้าที่นักเรียนออกแบบผลิตออกมาสามารถขายได้ตามแผนที่วางไว้ เราจะพานักเรียนไปทดลองขายสินค้าจริงที่ถนนคนเดิน ให้เขาได้เรียนรู้ ทดลองสวมบทบาทความเป็นแม่ค้า ได้รู้จักตลาดจริงๆ ได้พูดคุยกับลูกค้าจริงๆ ซึ่งถ้าทุกอย่างสำเร็จด้วยดี นักเรียนแกนนำเหล่านี้จะสามารถส่งต่อชุดความรู้ที่เขาได้ให้กับนักเรียนรุ่นอื่นๆ โครงการผ้าเขียนเทียนก็จะสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน โดยมีนักเรียนเป็นตัวขับเคลื่อน พร้อมด้วยครูประจำโรงเรียนที่ช่วยเป็นครูพี่เลี้ยง แม้เราจะจบวาระการสอนที่นี่ไปแล้ว เชื่อว่าโครงการฯ นี้จะยังคงดำเนินต่อไปได้”

     สิ่งต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นทั้งหมดนี้มาจากความตั้งใจของทั้งครูตี้ ครูประจำในโรงเรียน นักเรียน ผู้ปกครองและชาวบ้านในชุมชน ซึ่งทุกคนต่างให้ความร่วมมือ ช่วยเหลือกันเป็นอย่างดี และโครงการผ้าเขียนเทียนยังสามารถเชื่อมโยงภารกิจด้านการศึกษาในการสร้างความเปลี่ยนแปลง อันเป็นหมุดหมายสำคัญของหน้าที่ของครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ต้องช่วยขับเคลื่อนให้เด็กมีความรู้ เจตคติ ทักษะ และโอกาสต่างๆ ที่จะช่วยให้พวกเขากำหนดอนาคตตัวเองและครอบครัวได้ รวมทั้งการเติบโตเป็นพลเมืองที่มุ่งเน้นความเป็นธรรมให้แก่ชุมชนของตัวเองสืบไป

    สิ่งที่ครูตี้ลงมือทำผ่านโครงการนี้ผ้าเขียนเทียนนี้สามารถสะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า พันธกิจสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาได้เกิดขึ้น ณ โรงเรียนมัธยมป่ากลางแล้ว

    “อย่างน้อยนักเรียนของเราสามารถมีความรับผิดชอบต่อความรู้และหน้าที่ของตัวเอง การได้มีส่วนร่วมลงมือทำสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชุมชนของตัวเอง หรือการได้ทำอะไรสักอย่างที่จะช่วยปลูกจิตสำนึกให้กับชุมชนของเขาจะทำให้เขารักชุมชนของตัวเองมากขึ้น และยังเป็นพื้นที่ที่ทำให้เขาได้รู้จักกับอนาคตของตัวเองมากขึ้น ซึ่งสามารถช่วยสร้างให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้นได้” ครูตี้กล่าว

    ขณะที่เด็กนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการผ้าเขียนได้ร่วมกันพูดถึงกิจกรรมที่พวกเขาชื่นชอบและเห็นพ้องต้องกันว่า เป็นกิจกรรมที่ดีอยากให้มีโครงการฯ นี้ต่อไปเรื่อยๆ เพื่อรุ่นน้องของพวกเขาจะได้เข้ามามีส่วนร่วม ได้ทั้งฝึกทักษะด้านต่างๆ และสร้างรายได้ระหว่างเรียนหนังสือ

     “การที่เราได้นำผ้าเขียนเทียนซึ่งเป็นภูมิปัญญาของท้องถิ่นเราเองมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ คือวิธีการที่ทำให้เราได้อนุรักษ์สืบสานภูมิปัญญาที่บรรพบุรุษพ่อแม่สืบทอดกันมายาวนาน ทั้งยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้ผ้าเขียนเทียน และช่วยสร้างรายได้ให้ตัวเราเอง"

    "นอกจากนั้นเรายังได้ฝึกการใช้ความคิดสร้างสรรค์จินตนาการในการคิดออกแบบผลิตภัณฑ์ รวมถึงได้ฝึกทักษะการทำธุรกิจเบื้องต้นเพราะเราต้องคิดบริหารจัดการต้นทุน-กำไร ได้ฝึกการทำงานร่วมกับผู้อื่น ฝึกวางแผนทำงานอย่างมีขั้นตอน ซึ่งเหล่านี้สามารถนำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเราเองได้ในอนาคต ต้องขอบคุณครูตี้มากๆ ที่คิดโครงการฯ ดีๆ แบบนี้ขึ้นมาให้พวกได้เราได้มีโอกาสเรียนรู้และพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้น” ความคิดเห็นและความรู้สึกจากส่วนหนึ่งของเสียงเล็กๆ ที่น่าจะช่วยสะท้อนให้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่พวกเขาได้รับจากครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงของ TeachFor Thailand