Community Stories

“การร่วมแรงร่วมใจ” บทเรียนแรกอันเป็นก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนไปสู่ความเปลี่ยนแปลง

February 1, 2021

           หน้าที่ของ “ครู” นอกจากการสวมบทบาทเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้สร้างสรรรค์การสอนอย่างหลากหลายเพื่อให้นักเรียนเข้าถึง เข้าใจเนื้อหาในบทเรียนได้อย่างสัมฤทธิ์ผลแล้วการเป็นครูที่ดียังหมายรวมถึง ความรัก ความเมตตา มีความหวังดี อดทน เสียสละหมั่นฝึกฝนเรียนรู้เพิ่มเติม พัฒนาตน สามารถเข้าถึงนักเรียน ครอบครัว และชุมชน ช่วยเสริมสร้างทักษะในการดำเนินชีวิตเพื่อก้าวไปสู่การมีชีวิตที่ดีกว่าอยู่เสมอโดยเฉพาะ “ครู” ที่ผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดีเพื่อรับหน้าที่การเป็น“ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ของ Teach For Thailand ซึ่งมีเป้าหมายอย่างชัดเจนในเรื่องของการสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เกิดความเสมอภาคในการศึกษาของประเทศไทย

           หน้าที่ของ “ครูผู้นำการเปลี่ยนการเปลี่ยนแปลง”ของ Teach For Thailand จึงมีทั้งการเรียนการสอนที่เต็มไปด้วยประสิทธิผลและยังต้องเข้าถึงบริบทแวดล้อมของนักเรียน สร้างปฏิสัมพันธ์ และการมีส่วนร่วมภายในชุมชนอันเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนไปสู่หมุดหมายแห่งความสำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งนับเป็นพันธกิจที่ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงทุกคนต่างตระหนักรู้เป็นอย่างดี

           ด้วยเหตุนี้ แม้บทบาทการเป็นครูผู้นำฯของเฟลโล่รุ่นที่ 7จะเพิ่งเริ่มต้นอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา แต่ 4เฟลโล่หนุ่มผู้ได้รับเลือกจากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ให้ไปช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโรงเรียนที่อยู่ภายใต้การดูแลของมูลนิธิฯจ.เชียงราย โดย ครูปั๊ม-ปภาวิชญ์ จริงจิตร และครูนฬ-ชิตะ จิรานันตรัตน์ได้รับมอบหมายให้ประจำการที่โรงเรียนอนุบาลแม่ฟ้าหลวง ส่วนครูทิ้ง-ศุภชัย บำรุง และครูบอส-วันต์ธนะ ตั้งทิปต์ธันว์ธนะประจำการที่โรงเรียนบ้านป่าซางนาเงิน ก็ได้ทำหน้าที่ความเป็นครูผู้นำฯด้วยการเข้าถึงชุมชน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจสำคัญในการสร้างฝายเพื่อแก้ปัญหาน้ำแล้งในโรงเรียนบ้านป่าซางนาเงินแม้ทั้ง 4คนจะต้องพบกับความยากลำบากชนิดที่ออกปากประสานเสียงพร้อมเพรียงกันว่า“หนักหนาที่สุดในชีวิต” ก็ตาม

           ครูผู้นำฯ รุ่น 7 ทั้ง 4คนช่วยกันไล่เรียงเรื่องราวประสบการณ์แรกที่สร้างทั้งความประทับใจและสร้างพลังใจให้พวกเขามีแรงทำงานเป็นตัวแปรสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อไปในอนาคตว่า

          เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ณ โรงเรียนบ้านป่าซางนาเงินที่ครูทิ้งและครูบอสต้องรับผิดชอบดูแลซึ่งเป็นโรงเรียนที่สอนในระดับชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3โดยนักเรียน 98% เป็นชาวอาข่าและอีก 2%เป็นชาวมูเซอ นอกจากจะพบว่าโรงเรียนจะตั้งอยู่บนพื้นที่เหนือสุดของประเทศไทยแล้วที่นี่ยังห่างไกลจากชุมชน และความสะดวกสบายมากมายเหลือเกินอีกทั้งยังขาดแคลนน้ำอย่างหนัก จนทั้งครู นักเรียน ชาวบ้านและแน่นอนว่าครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงของ Teach For Thailand ทั้ง 4คนต้องร่วมด้วยช่วยกันแก้ไขปัญหาใหญ่นี้ด้วยกัน

            “ถึงครูปั๊มกับครูนฬจะอยู่โรงเรียนอนุบาลแม่ฟ้าหลวงซึ่งห่างจากเราไปประมาณ 25 กม.และความเป็นอยู่จะดีกว่า แต่เมื่อได้รับคำชวนจากพวกเราทั้งสองคนก็รับปากมาช่วยด้วยความเต็มใจทันทีครับ” ครูบอสและครูทิ้งกล่าว

          ประสบการณ์การเดินป่าบนพื้นที่สูงชันครั้งแรกของครูผู้นำฯทั้ง 4เต็มไปด้วยเรื่องราวประทับใจ พวกเขาต้องแบกอุปกรณ์ก่อสร้างเดินเท้าเข้าป่าด้วยระยะทางราว2 กม.เพื่อรื้อท่อน้ำเก่าในป่าที่อยู่ตามแนวเขามาทำฝายนอกจากจะได้เดินป่าที่สูงและแคบแล้ว ทั้ง 4คนยังได้สวมบทบาทคนงานก่อสร้างผสมปูน ขนก้อนหินซึ่งแม้จะเป็นงานที่เต็มไปด้วยความยากลำบากและเหน็ดเหนื่อยอีกทั้งยังมีอุปสรรคเรื่องของการสื่อสารเพราะชาวบ้านส่วนใหญ่พูดภาษาไทยไม่ได้แต่ความสามัคคีของชาวบ้าน ครูนักเรียนที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาร่วมแรงร่วมใจกันมาสร้างฝายครั้งนี้ทำให้ทุกอย่างสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

          “การสร้างฝายครั้งนี้ แม้เราทั้ง 4คนจะอยู่ในบทบาทของครู แต่เราเองก็เป็นฝ่ายที่ได้เรียนรู้เช่นกันนักเรียนมีความชำนาญเรื่องการเดินป่า การใช้ชีวิตดีมากเราได้เรียนรู้วิธีการใช้ชีวิตอย่างการก่อไฟ การตัดฟืน ได้รู้จักผลไม้ป่าเพื่อนำทักษะเหล่านี้ไปใช้ในการดำเนินชีวิตช่วงที่อยู่ที่นี่

          ในขณะที่พวกเราเองก็ได้นำทักษะความเป็นครูผู้นำฯซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของครูทีชฯ ที่แต่ละคนต่างมีความรู้ความสามารถในวิชาการและทักษะแขนงต่างๆ มาถ่ายทอดและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นตามวัตถุประสงค์อันเป็นเป้าที่ชัดเจนของ Teach For Thailand

          ครูทีชฯ ส่วนใหญ่อาจไม่ได้จบครูมาโดยตรงแต่พวกเรามั่นใจว่าประสบการณ์จากศาสตร์ต่างๆทำให้เราสามารถสานสัมพันธ์กับนักเรียนได้ต่างจากครูทั่วไป ด้วยมุมมองใหม่ๆที่ต่างจากครูที่สอนหนังสือแต่ในห้องเรียนทำให้นักเรียนของเราได้ประสบการณ์ชีวิตที่มากกว่าบทเรียนในห้องเรียนซึ่งจะเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้นักเรียนนำไปต่อยอดสร้างความเปลี่ยนแปลงในชีวิตของพวกเขาต่อไปได้

         จริงๆแล้วฝายที่สร้างกันคราวนี้เป็นฝายของโรงเรียน ชาวบ้านไม่จำเป็นต้องมาช่วยก็ได้หรือแม้แต่ครูปั๊มกับครูนฬเองก็ไม่ได้สอนโรงเรียนบ้านป่าซางนาเงินแต่ทุกคนก็ร่วมใจกันมาช่วยกัน ซึ่งทำให้เห็นถึงความสามัคคี ความมีน้ำใจและการให้ความร่วมมือที่ดีของทุกฝ่ายซึ่งทำให้เรามีแพชชั่นในการที่จะคิดทำสิ่งที่ช่วยสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนในอนาคตต่อไป และทั้งหมดคือหัวใจสำคัญของการเป็นครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงของ Teach For Thailand