ครูผู้นำฯ ของชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน

July 1, 2021
        โครงการคัดเลือกครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงโดยชุมชน เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก จากความตั้งใจอยากให้คนในชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในแผนงานของมูลนิธิ ทีช ฟอร์ ไทยเเลนด์ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ยั่งยืน ต่อเด็กนักเรียนและชุมชนได้อย่างแท้จริง ทีช ฟอร์ ไทยเเลนด์ จึงได้พัฒนากระบวนการในการรับฟังเสียงและสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนมากขึ้น

        นอกจากจะต้องผ่านเกณฑ์การคัดเลือกของมูลนิธิฯ แล้ว ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่นที่ 8 ยังต้องผ่านการคัดเลือกโดยตรงจากตัวแทนชุมชนของโรงเรียน 2 โรงเรียน ในจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย ได้แก่ โรงเรียนแม่วินสามัคคี และ โรงเรียนสะเมิงพิทยาคม ซึ่งคณะกรรมการการคัดเลือกประกอบด้วย ครู 2 คน ผู้นำชุมชน 2 คน ผู้ปกครอง 2 คน เจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ 2 คน และ นักเรียน 2 คน จากทั้งสองชุมชน

        ในการคัดเลือกเบื้องต้น ผู้เข้าสมัครโครงการครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงต้องสมัครผ่านช่องทางของมูลนิธิ ทีช ฟอร์ ไทยเเลนด์ เท่านั้น จากนั้นมูลนิธิจะเป็นผู้คัดเลือกใบสมัครผู้ที่มีคุณภาพเเละมาตรฐานที่ดีตามที่ตั้งไว้ หลังจากคัดเลือกใบสมัครเเล้วจึงให้คณะกรรมการการคัดเลือกจังหวัดเชียงใหม่ที่มาจากทั้ง 2 ชุมชน เป็นคนคัดเลือกในขั้นตอนต่อไป ตามคุณลักษณะเเละกระบวนการที่คณะกรรมการคัดเลือกทุกท่านได้ร่วมกันคิดขึ้นมา

        ดังนั้น กระบวนการเเละคุณลักษณะที่ร่วมกันคิดขึ้นมาใหม่จะไม่ใช่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง  หรือ ชุมชนใดชุมชนหนึ่ง แต่เป็นของทั้ง 2 ชุมชน ที่ได้ทำงานร่วมกันในเชียงใหม่

        คณะกรรมการคัดเลือกจะทำหน้าที่ ในการคิดคุณลักษณะเเละกระบวนการคัดเลือก รวมไปถึงเป็นผู้คัดเลือกผู้เข้าสมัครครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง แต่กรรมการคัดเลือกไม่สามารถเปิดรับสมัครได้ด้วยตัวเอง โดยจะมีเจ้าหน้าที่มูลนิธิเป็นที่ปรึกษา เเละร่วมกระบวนการต่างๆ กับกรรมการคัดเลือกเช่นกัน

        ปัจจุบัน ได้มีการประกาศรายชื่อครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่นที่ 8 ที่ผ่านการคัดเลือกแล้ว และกำลังเข้าสู่ช่วงการอบรม เพื่อเตรียมความพร้อมในการสอน ทีช ฟอร์ ไทยเเลนด์ ได้สัมภาษณ์ตัวแทนคณะกรรมการการคัดเลือก เกี่ยวกับความเห็นและเกณฑ์การคัดเลือกที่นำมาใช้ ว่าคุณสมบัติของครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ชุมชนต้องการนั้นเป็นอย่างไร

“ครูที่มีความพร้อมรับผิดชอบงานที่ได้รับมอบได้อย่างเต็มที่ สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี”

        ดร.อรุณี เมืองมา รองผู้อำนวยการโรงเรียนสะเมิงพิทยาคม หนึ่งในตัวแทนชุมชน กล่าวถึงหลักเกณฑ์ในการเฟ้นหาครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงของปี 2564 ของตัวเองว่า “สิ่งสำคัญที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกคือเรื่องการเตรียมตัว ว่ามีความพร้อมในการสอนในรายวิชาของตัวเองมากน้อยแค่ไหน รวมถึงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างการเรียนการสอน อย่างเช่น ไฟดับ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในโรงเรียนที่อยู่พื้นที่ห่างไกล

        ครูผู้นำฯ ที่จะมาทำงาน สำหรับเราแล้วไม่จำเป็นต้องเป็นคนพื้นที่ แต่ต้องเป็นคนที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับชุมชนได้ มีความรับผิดชอบงานที่ตัวเองได้รับมอบหมายให้เต็มที่ รู้จักคิดสร้างสรรค์การสอนให้เด็กนักเรียนเรียนหนังสือได้อย่างมีความสุข

        ที่ผ่านมาครูทีชฯ ที่เราเห็นทุกคนมีความตั้งใจในการทำงานเกิน 100 ใจจริงอยากให้มีครูผู้นำฯ มาสอนให้ได้สักครึ่งหนึ่งของจำนวนครูทั้งหมด รู้สึกยินดีและดีใจมากที่ประเทศไทยมีองค์กรอย่าง ทีช ฟอร์ ไทยเเลนด์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำเพื่อสังคมอย่างแท้จริง และทำให้เราซึ่งเป็นหนึ่งในบุคลากรทางด้านการศึกษารู้สึกมีความหวังว่า การศึกษาไทยจะสามารถเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นได้อย่างแท้จริงและยั่งยืน”

“อยากได้ครูผู้นำฯ ที่มีความเข้าใจเด็ก และบริบทของชุมชน”

        ภาคินัย อินต๊ะริด ประธานเครือข่ายผู้ปกครอง รองประธานชมรมผู้ปกครอง และคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนสะเมิงพิทยากล่าวว่า “ความที่เป็นคนชอบพูดคุยกับเด็กๆ เลยมีโอกาสได้ถามถึงปัญหาและความต้องการของเด็กๆ ในโรงเรียนค่อนข้างเยอะ ซึ่งสามารถนำมาเป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จากปัญหาที่เด็กเล่าให้ฟัง มีทั้งเรื่องการถ่ายทอดความรู้ที่ต่างกันของครูสองคนในเนื้อหาวิชาเดียวกัน ทำให้เด็กเกิดความสับสน หรือปัญหาที่ครูในโรงเรียนแสดงความไม่พอใจต่อเด็กที่เรียนพิเศษเพิ่มเติม

        ครูผู้นำฯ ที่อยากได้อย่างแรกเลย คือ ต้องมีความเข้าใจเด็ก ซึ่งแต่ละพื้นที่เด็กจะไม่เหมือนกัน อย่างโรงเรียนสะเมิงพิทยาคม เด็กส่วนใหญ่เป็นเด็กชาวเขาที่มีหลายชาติพันธุ์มารวมกัน วัฒนธรรมประเพณีของแต่ละชนเผ่าก็ไม่เหมือนกัน ครูที่มาสอนจึงต้องมีความเข้าใจเด็กในทุกมิติ พื้นฐานเด็กเองก็แตกต่างกัน เด็กคนนี้อาจเคยเรียนภาษาอังกฤษมานานแล้ว แต่เด็กอีกคนอาจยังไม่เคยเรียนมาก่อนเลย ครูจึงต้องมีเทคนิควิธีการสอนที่หลากหลาย

        นอกจากนั้นยังต้องเป็นคนที่สามารถเข้ากับชุมชน ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ เพราะการทำงานในพื้นที่ห่างไกลอาจไม่ได้สะดวกสบายเหมือนโรงเรียนในเมือง แต่เราก็มีความมั่นใจว่าครูทีชฯ สามารถตอบโจทย์ทั้งหมดที่เราพูดได้ ครูทีชฯ มีเทคนิคการสอนใหม่ๆ ให้เด็กๆ รู้สึกไม่จำเจและมีความอยากเรียนมากขึ้น ทั้งยังมีความเป็นคนรุ่นใหม่และวัยไม่แตกต่างกับเด็กมากนัก ทำให้เขาเข้าใจเด็กได้ดี และเด็กๆ เองก็รู้สึกมีความสะดวกใจในการเข้าหา พูดคุยบอกเล่าปัญหาให้ครูฟัง นอกจากนั้นครูทีชฯ ยังช่วยเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กๆ มีเป้าหมายในการเรียน มีความกระตือรือร้นในการเรียนมากขึ้น”

“การที่คนในชุมชนได้เลือกครูผู้นำฯ ด้วยตัวเอง ช่วยให้ครูเข้าถึงปัญหาทางการศึกษาของแต่ละพื้นที่ได้มากขึ้น”

        สุธดา อรอินตา เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐ ตัวแทนชุมชนที่ร่วมคัดเลือกครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง อธิบายถึงปัญหาในชุมชนที่พบว่า “ปัญหาหลักของผู้ปกครองในท้องถิ่นที่นี่คือ พ่อแม่ ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีการศึกษาไม่สูง จึงไม่สามารถเป็นผู้ช่วยในเรื่องการเรียนการสอนให้เด็กได้ และด้วยความที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้าง เป็นเกษตรกร มีรายได้หาเลี้ยงครอบครัวเป็นรายวัน จึงไม่มีเงินเพียงพอที่จะส่งให้ลูกเรียนพิเศษหาความรู้เพิ่มเติมได้ จึงอยากให้ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงเข้ามาช่วยเติมเต็มในส่วนนี้

        ที่ผ่านมามีโอกาสได้เห็นการสอนของครูผู้นำฯ รู้สึกชอบและประทับใจในความทุ่มเท ตั้งใจของครูผู้นำฯ ทุกคน แต่ละคนมีความรู้ความสามารถ มีศักยภาพที่เข้ามาช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด อย่างเช่น วิธีการสอนที่แตกต่างหลากหลาย มีเทคนิค มีสื่อการสอนที่เป็นเครื่องมือช่วยให้เด็กเข้าใจในบทเรียน มีความอยากเรียน และตั้งใจเรียนมากขึ้น

        ครั้งนี้จึงรู้สึกยินดีมากที่มีโครงการคัดเลือกครูผู้นำฯ โดยชุมชนเกิดขึ้น เพราะแต่ละชุมชน แต่ละพื้นที่ล้วนมีปัญหาที่แตกต่างกันไปตามบริบทและสภาพแวดล้อม การที่คนในพื้นที่หรือคนในชุมชนได้มีโอกาสร่วมคัดเลือกครูผู้นำฯ ด้วยตัวเอง ส่วนตัวคิดว่าสามารถช่วยให้เข้าถึงปัญหาทางการศึกษาของแต่ละพื้นที่ได้มากขึ้น”

“ครูในฝันของหนูคือครูที่มีความรู้มากๆ (หนู) ชอบครูทีชฯ เพราะครูมีความคิดสร้างสรรค์ ทำให้มีความสุขกับการเรียนมากขึ้น”

        ด.ญ.เจนจิรา ลุงต๊ะ นักเรียนชั้น ม. 3 โรงเรียนแม่วินสามัคคี เล่าถึงการที่ได้เป็นตัวแทนเพื่อนๆ ในโรงเรียนเพื่อคัดเลือกครูผู้นำฯ ว่า “ดีใจที่มีโอกาสได้มีส่วนร่วมในการคัดเลือกครูด้วยตัวเองในครั้งนี้เพราะจะทำให้เราได้ครูที่เราต้องการอย่างแท้จริง  ซึ่งครูในฝันของหนูคือ ครูที่มีความรู้มากๆ เพราะตัวเองเป็นคนชอบใฝ่หาความรู้ อยากได้ครูที่มีความคิดสร้างสรรค์ พร้อมรับฟังและแก้ปัญหาไปกับเด็กที่มีปัญหา

        ก่อนหน้านี้เคยเรียนกับครูทีชฯ มาแล้ว ชอบมากๆ ชอบวิธีการสอนของครู ทำให้ห้องเรียนไม่น่าเบื่อ รู้สึกมีความสุขกับการเรียนมากขึ้น ครูสนใจและเข้าใจเด็กนักเรียนมาก พยายามหาวิธีการทำให้เด็กทุกคนในห้องมีส่วนร่วม และรู้สึกว่าผลการเรียนของตัวเองดีขึ้นมาก หลังจากที่ได้เรียนกับครูทีชฯ เพราะกล้าที่จะถามครูมากขึ้นเวลามีอะไรไม่เข้าใจ ครูทีชฯ ไม่เพียงแค่สอนหนังสือแต่ยังเป็นเหมือนเพื่อน เป็นที่ปรึกษา คอยรับฟังปัญหาต่างๆ ที่ไม่ใช่แค่เรื่องเรียนได้เป็นอย่างดี”

        “อยากให้มีครู ทีช ฟอร์ ไทยเเลนด์ มาสอนตลอดไป”

        ประโยคทิ้งท้ายด้วยเสียงเล็กๆ แสดงความต้องการของตัวแทนนักเรียนที่ได้มีส่วนร่วมในการคัดเลือกครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง ซึ่งสามารถสะท้อนให้เห็นถึงความหวังในการได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม อีกทั้งโอกาสในการเปลี่ยนห้องเรียนธรรมดาให้กลายเป็นห้องเรียนในฝัน จากการเลือกครูที่ใช่...! ด้วยตัวเอง