Stories from the ground

เรื่องเล่าจากคุณแม่ของน้องเบียร์: เรียนไปด้วยกัน

May 15, 2020

เรียนไปด้วยกัน

“ปกติตอนเช้าเบียร์ก็จะตื่นไปช่วยแม่ขายของ แม่ขายไก่ทอดและเห็ดทอด อยู่เต๊นท์หน้าร้านสะดวกซื้อประจำตำบล บ่ายสามโมงสี่โมงเบียร์ก็ไปรับน้องที่โรงเรียน ตอนเย็น ๆ ก็ไปเล่นฟุตบอลกับเพื่อน ๆ เบียร์เป็นทีมฟุตบอลของโรงเรียน นอกจากนี้ เวลาของที่ร้านหมดเบียร์ก็จะเป็นคนไปซื้อของมาให้แม่”

คุณแม่ของน้องเบียร์ เล่าถึงกิจวัตรประจำวันของลูกในช่วงต้นของการพูดคุยกันผ่านทางโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง เบียร์เป็นหนึ่งในนักเรียนที่ได้เรียนกับคุณครูในโครงการทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ และจากผลกระทบของโรคระบาดที่ทั้งโลกกำลังเผชิญ เขาเป็นหนึ่งในนักเรียนระดับชั้น ม. ต้นจำนวนกว่า 2,000,000 คน ที่กำลังจะได้เรียนผ่านระบบการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมป์ หรือ DLTV ที่เราเริ่มได้ยินคนพูดถึงมากขึ้นในช่วงนี้

เนื่องในโอกาสของวันครอบครัวสากล เราได้ถือโอกาสสนทนากับคุณแม่ของน้องเบียร์ เพื่อรับฟังมุมมองและความคิดเห็นเรื่องความเปลี่ยนแปลงในชีวิตและการศึกษาของลูก อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 และมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม

คุณแม่เล่าต่อว่า “ได้ยินว่าโรงเรียนจะให้เรียนจากโทรทัศน์ จากอินเตอร์เน็ต ก็คิดว่าคงไม่เปลี่ยนไปจากเดิมเยอะมากในเรื่องของเวลา เพราะน้องเบียร์ก็ตื่นเวลาเดิมไม่ว่าวันหยุด หรือวันที่ไปโรงเรียน เพราะต้องไปช่วยแม่ขายของ ตอนเช้าปกติเขาก็จะง่วงนอนมาก แต่ก็ต้องตื่นเพราะแม่ปลุก ถ้าเรียนจากโทรศัพท์หรือเรียนจากที่บ้านก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร อาจจะมีก็แต่แม่อยากหาสายมาต่อโทรศัพท์ให้มันไปออกจอโทรทัศน์ แม่จะได้นั่งเรียนไปกับลูกด้วย เพราะถ้าดูจากโทรศัพท์ เราเรียนไปด้วยไม่ได้เพราะเรามองไม่เห็น”

แล้วทำไมคุณแม่ถึงอยากเรียนไปกับลูกด้วย คุณแม่เล่าว่า “เพราะแม่เองก็ไม่ได้เรียนจบสูง แล้วก็กังวลว่าลูกจะทำได้ไหม ว่าเขาจะสนใจไหม บางครั้งถ้าเข้าไม่เข้าใจวิชาอะไรก็อยากไปนั่งดูกับลูกด้วย มีเหมือนกันนะที่น้องเบียร์เขาจะเอางานบางวิชามาถามแม่ บางวิชาอย่างเลขแม่ก็พอช่วยได้ แต่บางวิชาแม่ก็งงเหมือนกัน”

และเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่าน กรมจัดหางานเปิดเผยตัวเลขว่าในเดือนพฤษภาคม มีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิว่างงานจำนวนเกือบ 300,000 คน ซึ่งมากขึ้นถึง 45% เมื่อเทียบกับตัวเลขของเดือนเมษายน เราจึงชวนคุณแม่พูดคุยถึงเรื่องการทำมาค้าขายช่วงนี้ด้วย ซึ่งคุณแม่เล่าว่า “ช่วงนี้ยังขายได้เรื่อย ๆ นะ เราขายเป็นของกินเล่น เลยไม่เงียบจนเกินไป ปกติก็เริ่มขาย 6 โมงเช้า ไม่เกิน 4 โมงเย็นก็จะขายหมด ตั้งแต่โควิดมาก็ยังพอขายได้ มีที่ต้องปรับตัวคือต้องบังคับให้น้องเบียร์ใส่มาสก์เวลาขายของ แล้วก็ต้องซื้อของกลับไปตุนไว้ให้เขาที่บ้าน เพราะตอนกลางคืนออกมาซื้อของกินไม่ได้ 


คุณแม่เพิ่มเติมว่า “ตอนแรกน้องเบียร์ได้ทุนไปเรียนที่อีกโรงเรียนหนึ่งในตัวอำเภอ ซึ่งก็ลองไปอยู่ช่วงหนึ่ง ช่วงนั้นก็จะไม่ได้ช่วยแม่ขายของตอนเช้า เพราะต้องเดินทางไป 20 กิโลฯ แต่พอน้องเดินทางแล้วมีอาการเมารถ ถ้ากินยาแก้เมารถก็จะง่วง เลยตัดสินใจย้ายกลับมาเรียนที่เดิมซึ่งเป็นโรงเรียนที่อยู่ไม่ไกลบ้าน สามารถเดินไปได้ แล้วแม่ก็รู้จักเพื่อน ๆ ของน้องเบียร์ เพราะเห็นกันมาตั้งแต่เข้าประถมที่นี่ บางคนก็เห็นกันต้องแต่เข้าอนุบาล และในหมู่ผู้ปกครองก็รู้จักกัน แล้วถ้าอยู่ที่นี่เขาก็จะได้ช่วยแม่ขายของด้วย”

“ตอนนี้น้องเบียร์ก็จะชอบเตะบอล มีชมรมฟุตบอลของเขาที่มีผู้ใหญ่ในตำบลเป็นคนสนับสนุน ช่วงนี้เขาค่อนข้างจะหนักไปในทางนั้น ส่วนอนาคต แม่ว่าแล้วแต่เขาเลย ให้เขาตัดสินใจ แม่ไม่ได้บังคับ” 


ในช่วงท้าย เราขอให้คุณแม่ฝากข้อความถึงคุณครูคุณแม่บอกว่า “อาจารย์โอเคแล้ว อาจารย์ที่โรงเรียนนิสัยดีกันทุกคนเลย มาช่วยซื้อของ มาถามไถ่ มาเล่าให้ฟังว่าวันนี้น้องเบียร์เป็นอย่างไรบ้าง เลยรู้ว่าใหม่ ๆ ก็มีดื้อบ้าง แต่ตอนนี้ก็ตั้งใจเรียนขึ้นมาก แต่อาจจะยังติดที่ชอบคุยกับเพื่อน บางครั้งก็ตะแบงไปตามภาษาวัยรุ่น ส่วนตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าที่อาจารย์จะส่งการเรียนมาให้ จะส่งมาแบบไหน”

“แต่ก็ไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่ เพราะเห็นน้องเบียร์มีไลน์กลุ่มกับอาจารย์ เป็นกลุ่มไลน์ประจำห้องที่มีอาจารย์อยู่ด้วย ถ้ามีงานอะไรปกติเขาก็จะเอามาให้แม่ดูด้วย แม่ก็จะได้เห็นไปด้วย”

เรื่องเล่าจากแม่ของน้องเบียร์ หนึ่งในเสียงสะท้อนจากครอบครัวนับล้านที่กำลังเผชิญความท้าทายและโอกาสใหม่ ๆ ไปพร้อมกับบุตรหลานในปีการศึกษาที่กำลังจะมาถึง หากไก่ทอดและเห็ดทอดจากร้านของคุณแม่ของน้องเบียร์พอจะทำหน้าที่สร้างพละกำลังให้เราทุกคนปรับตัวให้ทันโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงนี้ ความเข้าใจและแรงสนับสนุนจากครอบครัวของนักเรียนก็อาจจะถือว่าเป็นแรงเสริมช่วยพยุงกำลังใจของนักเรียนให้ย่างก้าวไปสู่เส้นทางนี้ได้อย่างมั่นคง

สุขสันต์วันครอบครัวครับ 


……………………………………………………………………..
สัมภาษณ์ และเขียนโดย
คุณสุรเชษฐ์ ตรรกโชติ
ศิษย์เก่ารุ่นที่ 2

และขอขอบคุณผู้สนับสนุนด้านข้อมูล และการประสานงาน
ครูคีรติกา พิมพ์นนท์
ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง รุ่นที่ 5

ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์

อ้างอิง
(1) ระบบคลังข้อมูลกลางด้านการศึกษา http://www.eduwh.moe.go.th/ อ้างอิงเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2563
(2) กจจ.เปิดตัวเลขคนไทยขึ้นทะเบียนว่างงานเดือน เม.ย.เกือบ 3 แสนคน https://news.thaipbs.or.th/content/292103 อ้างอิงเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2563