Stories from the ground

เรื่องเล่าจากห้องเรียน คุณกับนักเรียนของศิษย์เก่า เอิร์ธ เกม เกรช เยอะ

March 23, 2020

“ก่อนที่ครูภูมิ ครูกรีน ครูบีมจะเข้ามาสอนส่วนใหญ่จะเน้นไปทางการสอนจากหนังสือโดยตรงอย่างเดียวเลย แต่ผมจะใช้กิจกรรมและความเข้าใจกับการที่ครูสรุปบทเรียนให้ทำให้เราได้เข้าใจได้มากขึ้น เขามีกิจกรรมจัดตลอด ถ้าเรียนสองชม.กับเขาอย่างครูกรีน ก็จะทำให้เราตื่นตัวตลอด ทำให้เราไม่เบื่อ”


“เขาช่วยเหลือตลอดแม้ว่าเป็นเรื่องไม่ได้เกี่ยวกับการเรียน แต่ก่อนพวกผมก็ดื้อกับเขา ซึ่งในวันไหว้ครูเขามาบอกกับผมตอนที่ทำพานดอกไม้ว่า ถ้าครูไม่รักก็ไม่สนใจแล้วแต่ที่ครูพยายามเคี่ยวเข็นให้เรียน ให้คิดถึงสิ่งที่ตัวเองทำได้ดีและต้องพัฒนาก็เพราะรักและหวังดี ซึ่งพอผมมานึกย้อนไปผมรู้สึกขอบคุณครูเขามาก เพราะครูเขาเป็นเหมือนพี่คนหนี่งที่ช่วยเราทุกเรื่อง ไม่ใช่แค่คนที่สอนเราให้ได้ความรู้ในห้องเรียน แต่เป็นเหมือนคนในครอบครัวที่หวังดีกับเราในเรื่องการใช้ชีวิตด้วยครับ”


“เขาช่วยผมแทบทุกเรื่องครับโดยเฉพาะเรื่องการเรียน ตอนม.3 ผมเกือบจะไม่ได้ขึ้นมัธยมปลายเพราะติดศูนย์ ติด ร เยอะมาก แต่ได้ครูกรีนเป็นคนที่ช่วยดันผมจนแก้ครบทุกตัว ช่วงแรกที่รู้จักกันผมเป็นเด็กที่เกเรมาก่อน พอมาเรียนกับครูเขาทำให้เราเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นผ่านการพูดคุย ไม่ใช่การลงโทษแบบไม่มีเหตุผล คือเขาสามารถสอนเราจากคำสอนยาก ๆ ให้เราเข้าใจง่าย เข้าถึงได้ สำหรับผมเขาเป็นมากกว่าครูแต่เหมือนเป็นพี่เลี้ยงที่สามารถปรึกษาได้ทุกอย่าง ทั้งเรื่องครอบครัว เรื่องที่บอกใครไม่ได้ เขาก็เป็นคนรับฟังและยอมรับทุกปัญหาที่เราเจอมา เราปรึกษาเขาได้ทุกเรื่องจริง ๆ ครับ”


“ผมว่าปัญหาการศึกษามันอยู่ที่ความถนัดและความชอบ หลายคนมีความแตกต่างแต่การศึกษามัดรวมไว้แค่ไม่กี่อย่างและต้องเรียนอะไรเหมือนกันหมด พอคนที่ไม่ถนัดก็ไม่อยากเรียนและเกิดความเบื่อครับ”


“อยากเสริมว่าการศึกษามันต้องปรับตั้งแต่ครอบครัว อย่างผมฟังจากสื่อต่าง ๆ คือครอบครัวปลูกฝังในสิ่งที่ครอบครัวอยากให้เป็น ไม่ใช่ให้เด็กเลือกเส้นทางของตัวเองจนเกิดเป็นความกดดัน พอเกิดความผิดหวังก็เกิดความเครียดและไม่มั่นใจกับตัวเอง ส่งผลให้ในอนาคตก็ไม่รู้ว่าจะเลือกเส้นทางอะไรต่อ กลายเป็นปัญหาที่เราเจอในทุกวันนี้ว่าเด็กหลายคนไม่รู้จักตัวเอง ไม่รู้ว่าอะไรคือความถนัดความชอบของตัวเองกันแน่ บางคนแย่เลยคือยอมแพ้ ไม่เรียนต่อและเลือกจะไปทำงาน ยังไม่นับปัญหาด้านปัจจัยอย่างเรื่องเงินที่หลายครอบครัวก็ต้องให้ลูกออกจากโรงเรียนกลางคัน ผมว่าเราต้องช่วยกันแก้ปัญหาเหล่านี้แล้วการศึกษาไทยจะดีขึ้นครับ”


“ถ้าเราอยากเห็นเด็กเป็นอนาคตของชาติ ผมว่าเราต้องปลูกฝังตั้งแต่ตอนเล็ก ๆ ต้องสอนให้เขาเป็นคนที่คิดบวก ถ้าเราเห็นสิ่งที่ไม่ดีก็อย่าไปจำที่จะทำให้เราไม่มีกำลังใจในการทำอะไรต่าง ๆ คือเด็กเป็นอนาคตของชาติจริงครับ เรื่องนี้พ่อแม่ก็มีส่วนนะเพราะเด็กก็มองพ่อแม่เป็นแบบอย่าง การปลูกฝัง การเลี้ยงดูผมว่าสำคัญมาก ๆ ครับ“


“ตามจริงอนาคตก็คืออนาคตครับ ถ้าเราเป็นผู้ใหญ่เราจะสอนเด็กให้เป็นอนาคตที่ดีได้อยู่แล้ว การเป็นผู้ใหญ่หลายครั้งผมว่าหลายคนมีประสบการณ์ที่เด็กสามารถเรียนรู้ได้จริง ๆ แต่มันเป็นเรื่องของการพูดคุยที่จะต้องคุยหรือสอนเด็กอย่างไรในแบบที่เขาฟัง เพราะถ้าสอนแบบเดิม ๆ แน่นอนว่าเด็กสมัยนี้ก็เกิดอาการต่อต้าน ผมว่ามันคือการมองไปข้างหน้าว่าเราอยากให้เด็กเป็นแบบไหนเมื่อโตขึ้นไปและแนะนำสิ่งที่จะช่วยให้เขาเป็นคน ๆ นั้นได้ในอนาคตครับ”