Classroom Impact and Inspiration

สื่อการสอนสร้างสรรค์

May 20, 2021

เครื่องมือลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเปลี่ยนแปลง  

            บรรยากาศในห้องเรียนนับเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ที่สามารถช่วยให้การเรียนการสอนดำเนินไปได้อย่างสัมฤทธิ์ผล แม้จะมีเนื้อหาเข้าใจยาก จนหลายคนรู้สึกอยากเดินหนี แต่ด้วยความตั้งใจสร้างสรรค์สารพัดสื่อการสอนของ “ครูโฟม-ชิวาพร กาญจนคช” ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงของ Teach For Thailand ทำให้วิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนนิวิฐราษฎร์อุปถัมภ์ จังหวัดกาญจนบุรี ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

           “สำหรับวิชาคณิตศาสตร์ แค่พูดคำว่าจำนวนนับให้นักเรียนฟัง เรายังรู้สึกว่าเป็นคำที่ฟังแล้วเข้าใจยากเกินไป ด้วยเหตุนี้จึงอยากคิดหาตัวกลางที่จะช่วยสื่อสารสร้างความเข้าใจให้เด็กนักเรียนได้ง่ายขึ้น อย่างเรื่องจำนวนนับก็เลือกใช้รูปภาพเป็นสื่อในการอธิบาย เช่น จำนวนนับ 5 อาจแทนด้วยรูปซาลาเปา 5 ลูก เท่านี้เด็กๆ ก็เข้าใจได้ไม่ยาก”

           เสียงเล็กๆ ของครูโฟมเริ่มต้นเล่าถึงวิธีการสอนวิชาคณิตศาสตร์ผ่านสื่อการสอน ซึ่งเธอเชื่อว่านอกจากสื่อการสอนจะเป็น
เครื่องมือในการช่วยให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหาของบทเรียนได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังเป็นตัวช่วยในการกระตุ้นความสนใจของนักเรียนได้
มากขึ้นด้วย

           “การยืนสอนแบบพูดให้นักเรียนฟังอยู่หน้าห้องอย่างเดียว แม้ว่าครูจะมีบุคลิกภาพที่ดูดีหรือเสียงไพเราะน่าฟังมากขนาดไหน ก็ไม่สามารถทำให้นักเรียนมีสมาธิได้ตลอดทั้ง 50 นาทีแน่นอน จึงเป็นที่มาที่ทำให้อยากใช้สื่อการสอนมาช่วยเรียกความสนใจจากนักเรียน และด้วยความที่ต้องสอนนักเรียนชั้นม. 1 ซึ่งแต่ละคนมาจากต่างโรงเรียน สื่อการสอนจึงเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้นักเรียนที่มีประสบการณ์ในการเรียนรู้ต่างกันเข้าใจบทเรียนได้ใกล้เคียงกันมากขึ้น”

          “อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ สื่อการสอนยังเป็นตัวช่วยในการจัดการชั้นเรียนได้เป็นอย่างดี สิ่งที่เหนื่อยที่สุดตั้งแต่ได้รับโอกาสให้ร่วมเป็นครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงคือ เรื่องการจัดการชั้นเรียน เรามักตั้งคำถามกับตัวเองเสมอว่า ทำอย่างไรให้นักเรียนมีสมาธิ มีความตั้งใจ สามารถรับผิดชอบทำงานที่ได้รับมอบหมายส่งได้ตามกำหนดระยะเวลา โดยที่เราไม่ต้องคอยตามจี้ ซึ่งเห็นได้ชัดว่า สื่อการสอนเป็นตัวช่วยตอบโจทย์ในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี”

           หลังจากเล่าถึงประโยชน์ของสื่อการสอนจบแล้ว ครูโฟมจึงเฉลยให้ฟังว่า เครื่องมือที่เธอนำมาใช้ในการจัดการชั้นเรียนที่ช่วยจัดการความเหนื่อยของเธอให้หมดไปได้เป็นอย่างดีก็คือ “สมุดสะสมแสตมป์” ซึ่งเป็นตัวช่วยให้นักเรียนของเธอเข้าเรียนตรงเวลา มีส่วนร่วมในชั้นเรียน รู้จักรับผิดชอบส่งงานตรงตามเวลาที่กำหนด

           “เราใช้สมุดสะสมแสตมป์เข้ามาสื่อสารกับนักเรียนผ่านระบบการให้รางวัล เมื่อทำตามเงื่อนไขเขาจะได้รับแสตมป์ให้เก็บสะสมไว้แลกรางวัล เพื่อกระตุ้นให้เขารู้สึกสนุกและกระตือรือร้นที่จะสะสมแสตมป์มากขึ้น เราได้นำหลักการจัดอันดับหรือ ranking ในเกม ROV ซึ่งเป็นเกมที่เด็กๆ นิยมเล่นกันมาใช้ด้วย โดยให้แต่ละคนนำแสตมป์ที่สะสมได้มาจัดอันดับ ใครได้เลื่อนอันดับจะได้รับรางวัล สำหรับรางวัลก็จะแตกต่างกันไปตามแต่ละ ranking มีทั้งได้รับสิทธิ์ในการเข้าเรียนสาย ได้รับสิทธิ์เปลี่ยนกลุ่มทำงาน นอกจากนั้นยังมีรางวัลใหญ่ที่นักเรียนอยากได้มากที่สุดก็คือ กินหมูกระทะฟรี”

           เสียงหัวเราะสดใสของครูโฟมดังขึ้นหลังจากเอ่ยถึงรางวัลใหญ่ขวัญใจเด็กนักเรียนซึ่งเธอว่า สิ่งเหล่านี้ทำให้เด็กๆ มีแรงจูงใจ รู้จักตั้งเป้าหมาย โดยที่เธอจะเน้นให้นักเรียนรู้จักแข่งขันกับตัวเองด้วยการทำตามเป้าหมายที่ตัวเองตั้งไว้ให้ได้มากที่สุด

           นอกจากนั้นครูโฟมยังใช้ Vonder go เป็นเครื่องมือในการนำเข้าสู่บทเรียนรวมถึงการทบทวนบทเรียนผ่านบทบาทสมมติ ซึ่งเธอสร้างเรื่องราวให้นักเรียนทุกคนรับบทเป็นอัศวิน โดยแต่ละคนสามารถเลือกเป็นอัศวินตามที่ตัวเองชอบได้ และอัศวินทุกคนจะต้องช่วยกันตอบคำถามที่เกี่ยวข้องกับบทเรียน เมื่อตอบถูกจะได้รับพลังไปกำจัดศัตรู นักเรียนจึงต้องรวมพลังกันเพื่อเอาชนะและฝ่าด่านแต่ละด่านให้ได้

            “การใช้ Vonder go เป็นสื่อการสอนช่วยลดบรรยากาศความเคร่งเครียดในการทบทวนบทเรียนได้ เราเปลี่ยนจากการทำควิซทำข้อสอบ มาเป็นกิจกรรมตอบคำถามผ่านเกม ซึ่งทำให้ทุกคนมีความตื่นตัว และมีความอยากทบทวนบทเรียนมากขึ้น นักเรียนประมาณ 20% ยอมรับว่าตั้งใจทบทวนบทเรียนก่อนเข้าเรียนมากขึ้น เพราะอยากเล่นเกม Vonder go ให้ชนะ”

            แม้สื่อการสอนจะมีประโยชน์มากมายตามที่ครูโฟมเล่ามาทั้งหมดนี้ แต่การเลือกใช้สื่อการสอนแต่ละรูปแบบให้เหมาะสมนั้นต้องพิจารณาตามความถนัดของนักเรียนแต่ละคน การใช้สื่อยังถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง เพราะครูจะต้องควบคุมให้นักเรียนอยู่ในกฎกติกาที่ตั้งไว้ให้ได้ อีกทั้งยังต้องรู้จักใช้สื่อให้หลากหลายรูปแบบ เพราะช่วยให้นักเรียนเรียนรู้ได้กว้างขึ้น และความถนัดในการเรียนรู้ของแต่ละคนสามารถเปลี่ยนแปลงได้

            ครูโฟมเล่าถึงผลลัพธ์ที่ทำให้เธอรู้สึกภาคภูมิใจกับสิ่งที่เธอตั้งใจสร้างสรรค์ประดิษฐ์สื่อต่างๆ เหล่านี้ขึ้นมาว่า “สิ่งแรกที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ นักเรียนมีความรับผิดชอบมากขึ้น และทำให้เขารู้สึกภูมิใจกับความสำเร็จเล็กๆ ที่เกิดจากความพยายาม ความทุ่มเทและความตั้งใจของพวกเขาเอง”

            นอกจากจะใช้สื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการให้กับเด็กนักเรียนของเธอแล้ว ครูโฟมยังมีความตั้งใจแบ่งปันสิ่งที่เธอสร้างสรรค์ขึ้นผ่านช่องทางการสื่อสารต่างๆ ทั้งการบอกเล่าให้กลุ่มครูในโรงเรียน กลุ่มของครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง รวมถึงครูโรงเรียนต่างๆ ที่มีความสนใจ และเธอยังวางแผนการสร้าง Knowledge Management ในช่องทางของตัวเอง เพื่อเผยแพร่แนวคิด แผนการสอนสิ่งที่เธอได้สร้างสรรค์ไว้ ให้เกิดประโยชน์ต่อไปอย่างยั่งยืน

“สำหรับเราแล้วการเตรียมการสอนที่ดี มีสื่อ มีกิจกรรม มีความหลากหลาย คือการสร้างโอกาสในการเรียนรู้ที่กว้างมากขึ้นให้กับนักเรียน ถามว่าสิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาได้อย่างไรบ้าง เราคงไม่สามารถตอบได้ว่า สิ่งที่เราทำจะช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้ขนาดนั้น แต่อย่างน้อยก็ช่วยลดช่องว่างของความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้”
            นี่คือคำอธิบายของครูสอนคณิตศาสตร์ ที่เคยมีโอกาสได้เห็นความแตกต่างความเหลื่อมล้ำของการศึกษาไทย และเชื่อว่าสื่อการสอนคือเครื่องชี้วัดความเหลื่อมล้ำการศึกษาไทยได้เป็นอย่างดี เพราะโรงเรียนขยายโอกาสเล็กๆ ที่เธอกำลังทำหน้าที่ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงอยู่นี้ ยังเพิ่งจะเปลี่ยนจากกระดานดำที่ยังใช้ชอล์กเขียนเป็นกระดานไวท์บอร์ดได้ไม่นาน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เธอสร้างสรรค์เครื่องมือที่จะใช้ในการสอน เพื่อเปิดโลกกว้าง ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ผ่านสื่อการสอนหลากหลายรูปแบบด้วยความตั้งใจจริง