กลับไปยังหน้าเรื่องราว

ปัญหาเชิงระบบ : อะไรซ่อนอยู่ใต้พรมความเหลื่อมล้ำของการศึกษาไทย

March 10, 2021

    ความเปลี่ยนแปลง (Transformation) ของการศึกษาไทยจะเกิดขึ้นได้ หากมีระบบที่ดี จริงหรือ ? 


     ก่อนจะไปหาคำตอบนี้ด้วยกัน เราลองย้อนไปชมนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ 2564 ที่มีจุดเน้นด้วยกัน 6 ประการหลัก  ที่เราได้คัดเลือกประเด็นที่น่าสนใจมาคร่าว ๆ ดังต่อไปนี้


1. ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 
  • ต้องมีการจัดการศึกษาเพื่อคุณวุฒิ ทุกระดับ และทุกประเภท เพื่อพัฒนาผู้เรียน โดยจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) 
  • เน้นการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต สำหรับประชาชนทุกช่วงวัย (Lifelong Learning) โดยเน้นส่งเสริมและยกระดับทักษะภาษาอังกฤษ (English for All) ส่งเสริมการเรียนการสอนที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่เข้าสู่สังคมสูงวัย (Aged Society)
  • ส่งเสริมโอกาสการเข้าถึงการศึกษาเพื่อทักษะอาชีพและการมีงานทำ ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเขตพื้นที่พิเศษ (พื้นที่สูง พื้นที่ตามแนวตะเข็บ ชายแดน และพื้นที่เกาะแก่ง ชายฝั่งทะเล ทั้งกลุ่มชนต่างเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม กลุ่มชนชายขอบ และแรงงานต่างด้าว)
  • พัฒนาครู ให้มีทักษะ ความรู้ และความชำนาญในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และภาษาอังกฤษ รวมทั้งการจัดการเรียนการสอนเพื่อฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบและมีเหตุผลเป็นขั้นตอน
  • พัฒนาครูอาชีวศึกษาที่มีความรู้และความสามารถในทางปฏิบัติ (Hands – on Experience) เพื่อให้มีทักษะและความเชี่ยวชาญทางวิชาการ
  • พัฒนาสมรรถนะและความรู้ความสามารถของบุคลากรกระทรวงศึกษาธิการ ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงานรองรับความเป็นรัฐบาลดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ
2. ด้านการศึกษาเพื่อความมั่นคง 
  • ทั้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการเฝ้าระวังภัยทุกรูปแบบ โดยเฉพาะภัยจากยาเสพติด อาชญากรรมทางไซเบอร์ การค้ามนุษย์ เป็นต้น
3. ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน
  • สนับสนุนให้สถานศึกษาอาชีวศึกษาผลิตกำลังแรงงานที่มีคุณภาพ ตามบริบทของพื้นที่ รวมทั้งสอดคล้องกับความต้องการของประเทศทั้งในปัจจุบันและอนาคต
4. ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา
  • พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ และใช้ดิจิทัลเป็นเครื่องมือการเรียนรู้
  • ศึกษาและปรับปรุงอัตราเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายต่อหัวในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
  • ระดมสรรพกำลังเพื่อส่งเสริมสนับสนุนโรงเรียนนำร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
5. ด้านการจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • เสริมสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ ความตระหนัก และส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้สามารถเป็นอาชีพ และสร้างรายได้
6. ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการ
  • ปฏิรูปองค์การเพื่อลดความทับซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพและความเป็นเอกภาพของหน่วยงานที่มีภารกิจใกล้เคียงกัน เช่น ด้านประชาสัมพันธ์ ด้านต่างประเทศ ด้านเทคโนโลยี ด้านกฎหมาย เป็นต้น
  • ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เป็นอุปสรรคและข้อจำกัดในการดำเนินงาน โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้เรียนและประชาชน ตลอดจนกระทรวงศึกษาธิการโดยรวม
  • สนับสนุนกิจกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ
  • พัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านการศึกษา (Big Data)
  • พัฒนาระบบการบริหารจัดการและพัฒนากำลังคนของกระทรวงศึกษาธิการ ให้สอดคล้องกับการปฏิรูปองค์การ

     โดยสรุป จะเห็นได้ว่า ภาพรวมของนโยบายเร่งด่วนและเป็นจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ กำลังมุ่งเน้นการเตรียมพร้อมกำลังทรัพยากรมนุษย์ของชาติ ให้ก้าวเข้าสู่ศตวรรตที่ 21 ด้วยการปฏิรูปการเรียนรู้ ดังแนวคิดจากนโยบายสำนึกงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ (2564-2565) ให้เป็น "การศึกษาขั้นพื้นฐานวิถีใหม่ วิถีคุณภาพ" เพื่อให้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสำหรับโลกอนาคต โดยเฉพาะการส่งเสริมให้เยาวชนทุกกลุ่มวัย ได้รับโอกาสการศึกษาที่มีคุณภาพมาตรฐานอย่างเท่าเทียม และบริหารจัดการระบบการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ 


     เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสู่การเปลี่ยนแปลงนั้น มีประเด็นเชิง “ระบบการศึกษา” ข้อใดบ้าง ที่เราควรโฟกัส ให้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด ?

อัพเดทสถิติความเหลื่อมล้ำ ไทยขึ้นแท่นอันดับ 1 ของโลก

หัวข้อเรื่องความเหลื่อมล้ำในประเทศไทยนั้นสั่งสมมานาน จนมีรายงานล่าสุด จาก Global Wealth Report ในปี 2561 ว่า ประเทศไทยได้ขึ้นแท่นเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำทางรายได้มากที่สุด เป็นอันดับ 1 ของโลก เป็นที่เรียบร้อย (The world's most unequal countries) โดยสรุป กล่าวได้ว่า ประชากรที่ร่ำรวย 1% ในประเทศขณะนี้ ได้เป็นผู้ถือครองทรัพย์สิน เกือบ 67% ทั้งหมดในประเทศ

เมื่อเทียบสัดส่วนกัน กลุ่มประชากรที่รวยที่สุด 10% เป็นเจ้าของทรัพย์สินทั้งหมด 85.7%  
ในขณะที่กลุ่มประชากรที่ยากจน 50% รวมกัน ถือครองทรัพย์สินเพียง 1.7% เท่านั้น 


     นอกจากนี้ จากข้อมูลของสภาพัฒน์ฯ (2563) ยังรายงานว่า กลุ่มประชากรที่ร่ำรวยที่สุด และกลุ่มประชากรที่ยากจนที่สุด มีรายได้ห่างกัน 20 เท่า ช่องว่างทางฐานะการเงินนี้ นอกจากจะส่งผลในด้านศักดิ์ศรีมนุษย์ และอำนาจทางเศรษฐกิจแล้ว ยังส่งผลสำคัญต่อโอกาสทางการศึกษาของเยาวชน โดยคนในเขตเมือง-พื้นที่กรุงเทพฯ มีการเข้าถึงระบบการศึกษาได้สูงกว่าในเขตชนบทหรือนอกกรุงเทพฯ ค่อนข้างมาก คิดเป็นช่องว่างที่ห่างกันถึง 17.3 เท่า

ภาพใหญ่ของสังคมไทย และนโยบายด้านการศึกษา

เมื่อเจาะลึกเข้าไปยิ่งขึ้น ในหัวข้อนโยบายด้านการศึกษาของประเทศ จะพบว่า กระทรวงศึกษาธิการ ได้ตระหนักถึงปัญหานี้ และได้รับการจัดสรรงบประมาณมากที่สุดจากภาครัฐ เป็นอันดับที่ 1-3 ในทุก ๆ ปี กระนั้น ช่องว่างทางรายได้และโอกาสทางการศึกษากลับไม่ได้รับการเยียวยา ทั้งยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 เมื่อแยกรายกระทรวง พบว่า
กระทรวงที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณปี 2564 มากที่สุด คือ 
  1. กระทรวงศึกษาธิการ   จำนวน 358,361 ล้านบาท
  2. กระทรวงมหาดไทย  จำนวน 328,013 ล้านบาท
  3. กระทรวงคลัง จำนวน 268,718.6  ล้านบาท
จากการประเมินของอดีตผู้บริหารระดับสูงองค์การ UNESCO ความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษานี้ สร้างความเสียหายแก่ระบบเศรษฐกิจไทยถึง 330,000 ล้านบาทต่อปี หรือเทียบเท่ากับร้อยละ 3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติของไทยในแต่ละปี 
(คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.)  รายงานเฉพาะเรื่องที่ 2 ความไม่เสมอภาคทางการศึกษา. ) 


จึงเป็นที่น่าสนใจว่า งบประมาณก้อนสำคัญดังกล่าว ถูกนำไปใช้อย่างไรบ้าง

“Big Project” ของกระทรวงศึกษาธิการ โครงการเรียนฟรี 15 ปี


“เมื่อเพิ่มงบเรียนฟรี 1% ความไม่เท่าเทียมในด้านทรัพยากรต่อนักเรียน 1 คน จะลดลง 7% ในระดับประถม และ 15% ในระดับมัธยม”


ในระหว่างปีพ.ศ. 2543 - 2557 งบประมาณในกระทรวงศึกษาธิการเพิ่มขึ้นเกือบ 50% ซึ่งคิดเป็น 21% ของงบประมาณทั้งหมด และ 4.1% ของ GDP ซึ่ง 17.7% นั้น เป็นการนำมาใช้ในนโยบายเรียนฟรี ทั้งนี้ เมื่ออัพเดทจากรายงานการวิเคราะห์งบประมาณรายจ่าย ปี 2564 โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน คือ โครงการเรียนฟรี 15 ปี และ โครงการงบรายหัวฯ รวมแล้ว คิดเป็นราว 21% ของงบประมาณทั้งหมด ราว 3.5 แสนล้านบาท


แต่งบประมาณเหล่านั้น ส่งไปถึงเหล่านักเรียนกลุ่มยากจนจริงหรือไม่ ?


จากงานวิจัยของ Unicef  พบว่า
  • ตามนโยบาย สัดส่วนเงินจะเข้าสู่งบประมาณของโรงเรียน เพื่อส่งต่อให้นักเรียน 
มากกว่าที่จะส่งให้พ่อแม่ หรือผู้ปกครองโดยตรง
  • โรงเรียนรายงานว่ามอบเงินให้ครอบครัวของนักเรียน มากกว่าที่มอบในความเป็นจริง 
ในระดับประถม โรงเรียนรายงานว่ามอบให้ 1,000 บาท ในขณะที่ได้รับจริง 133 บาท
ในระดับมัธยม โรงเรียนรายงานว่ามอบให้ 3,000 บาท ในขณะที่ได้รับจริง 1,703 บาท 
  • โรงเรียน 3 ใน 4 ใช้งบประมาณกับนักเรียนทุกคน โดยมิได้ผ่านการคัดกรองว่าแต่ละคน
    มีความต้องการเท่าเทียมกันหรือไม่ ซึ่ง 44% ของเงินที่ได้ เป็นค่าชุดนักเรียน
  • ครอบครัวส่วนมากมักไม่ทราบว่านักเรียนควรได้รับเงินอุดหนุนเท่าใด สำหรับเงินส่วนเกิน
โรงเรียนสามารถนำไปใช้จ่ายในรายการอื่นได้
  • โรงเรียนมิได้คัดเลือกรายชื่อของนักเรียนที่ไม่ได้อยู่ในระบบแล้วออกไป (ไม่ได้อยู่ในระบบแล้ว แต่ยังมีรายชื่อตกค้างอยู่) ทำให้ได้รับงบต่อหัวเพิ่มมากขึ้น


สรุปได้ว่า ในโครงการเรียนฟรี 15 ปี และ โครงการงบรายหัวฯ ที่ต้องจัดสรรงบประมาณผ่านโรงเรียนนั้น ยังตรวจสอบพบความไม่โปร่งใสจำนวนมาก ทั้งยังขาดระบบการตรวจสอบที่รัดกุม เพื่อให้งบประมาณส่งถึงนักเรียนที่มีความจำเป็นอย่างแท้จริง


เนื้อหาส่วนหนึ่งที่น่าสนใจ จากบทความ : ไขรหัสความเหลื่อมล้ำการศึกษาไทย 
เหตุใดความช่วยเหลือไปไม่ถึงเด็กยากจน (The101.world, 2563)
ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษายังทำให้ปัจจุบันประเทศไทยมีกำลังแรงงานที่มีทักษะขั้นสูง (High-skilled Labor) ต่ำกว่าร้อยละ 20 ขณะที่การพัฒนาประเทศออกจากกับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap) ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของรัฐบาล จำเป็นต้องมีกำลังแรงงานที่มีทักษะหรือมีทักษะขั้นสูง ผู้สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือการศึกษาระดับอุดมศึกษามากกว่าร้อยละ 50 ของกำลังแรงงานทั้งหมดในประเทศ
ระบบสารสนเทศของสพฐ.ยังมีข้อจำกัดด้านความแม่นยำ และไม่รัดกุมมากพอจะตรวจสอบความซ้ำซ้อนของจำนวนนักเรียน ส่งผลให้นานวันเข้า เด็กที่ขึ้นชื่อว่า ‘ยากจน’ ในระบบมีอยู่อย่างล้นหลาม แต่เงินซึ่งถูกแจกจ่ายออกไปกลับอยู่ในมือของคนอื่น เกิดเหตุการณ์ ‘คนจนจริงไม่ได้เงิน ส่วนคนได้เงินไม่ได้จนจริง’
การแก้ไขปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของเด็กยากจนด้านหนึ่งจึงต้องเริ่มจากปรับโครงสร้างฐานข้อมูลให้ตรงตามความเป็นจริง โดยกำหนดระบบการคัดกรองแบบใหม่ให้ชัดเจน ควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การมอบเงินแก่ผู้เรียนโดยตรง ผ่านระบบ e-payment หรือ พัฒนาแนวทางการให้เงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข (Conditional Cash Transfers : CCT) เพื่อการลดความเหลื่อมล้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นหลักประกันว่าเด็กเหล่านี้จะเข้าถึงการศึกษาที่ควรได้รับอย่างแท้จริง


งบประมาณด้านบุคลากร และความท้าทายของผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา





รายงานวิเคราะห์งบประมาณ กระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 (หน้า 6) : https://www.parliament.go.th/ewtadmin/ewt/parbudget/download/article/article_20200826094155.pdf

จากตาราง จะเห็นได้ว่า สัดส่วนงบประมาณรายจ่ายด้านการศึกษา (พ.ศ.2564) ใน 358 ล้านบาทนั้น อันดับที่ 1 จัดสรรให้กับ งบบุคลากร (2.2 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 62% ของทั้งหมด) แต่เมื่อมองในผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้น ทั้งด้านการศึกษาระดับชาติและนานาชาตินั้นกลับอยู่ในระดับต่ำ  โดยเฉพาะในด้าน Global Competitiveness ของประเทศไทยที่ลดลง ซึ่งปัจจัยหนึ่ง เกิดจากการที่บุคลากรขาดทักษะที่ผู้จ้างงานต้องการ


Wage Premium (รายได้ที่เพิ่มขึ้นเมื่อเรียนสูงขึ้น) ลดต่ำลง เมื่อเทียบจากปี 2546 - 2556 

โดยสำหรับระดับมหาวิทยาลัย ผู้ที่จบการศึกษาระดับนี้ เคยได้รับรายได้มากกว่าผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบถึง 6 เท่า ซึ่งในปัจจุบัน ลดลงเหลือ 3 เท่า สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพของโรงเรียนและมหาวิทยาลัยที่ต่ำลง

กลายเป็นอีกหนึ่ง New Normal เมื่อเด็กจบใหม่... ไม่มีงานทำ ?


มีเพียง 34% ของผู้บริหาร ที่พึงพอใจกับระดับทักษะของนักเรียนจบใหม่ที่เข้ามาทำงานในบริษัท กว่าครึ่งของผู้บริหารระบุว่า การขาดทักษะในพนักงาน เป็นปัญหาของบริษัท ที่ส่งผลต่อการดำเนินการ โดยทักษะที่ขาดมากที่สุดคือด้าน Innovation, IT, คณิตศาสตร์ และ ภาษาอังกฤษ 


นอกจากนี้ ในฝั่งของนักเรียน กลุ่มอายุ 18-25 ปี 56% ยังเชื่อว่า “ระบบการศึกษาไม่ได้สร้างทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานให้พวกเขาเลย”


ทักษะที่ขาดแคลนมากที่สุด
ทักษะทางด้านภาษาอังกฤษและ ICT เป็นทักษะที่ขาดมากที่สุดในสายงานการผลิต โดย 60% ของผู้บริหารให้คะแนนพนักงานมืออาชีพ (Local professionals) ว่ามีทักษะภาษาอังกฤษที่ต่ำ และ 90% ในแรงงานปกติ
พนักงานที่ไม่มีทักษะทางภาษาอังกฤษจะได้รับค่าแรงน้อยกว่าคนที่มี 2.6% และพนักงานที่มีทักษะด้าน IT จะได้รับค่าแรงเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 9.9-22.9% ตามระดับของทักษะ
แรงงานที่ขาดแคลนมากที่สุด
ในระดับอาชีวศึกษา เป็นระดับที่ขาดแคลนแรงงานมากที่สุด คิดเป็น 23.3% 
(หากมี 100 ตำแหน่ง ผู้จ้างงานจะสามารถหาแรงงานได้เพียง 77 คน)

การตามหาครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง

เมื่อพิจารณาข้อมูลข้างต้น “คุณภาพครู” น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาได้มากที่สุด และการจัดสรรงบประมาณบุคลากรที่สูง น่าจะเป็นทางออก โดยเฉพาะการเพิ่มค่าตอบแทนที่สูงขึ้น เมื่อครูมีวุฒิ หรือวิทยฐานะสูงขึ้น กระนั้น จากผลวิจัยด้านการวัดคุณภาพของครูและผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา พบว่า ระดับการศึกษาสูงสุดของครู ไม่ได้ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนแต่อย่างใด ในทางกลับกัน การวัดคุณภาพของครู ไม่ใช่เพียงการคัดกรองเพียงว่าครูมีวุฒิหรือไม่ หรือจบการศึกษาจากที่ใด เพราะปัจจัยเหล่านี้ ไม่ใช่สิ่งที่บ่งบอกว่าจะเป็นครูที่มีคุณภาพ


ผลการสอบวัดระดับ สมิทธิภาพทางภาษาอังกฤษ หรือ การมีความรู้จริง และนำไปใช้งานได้ของครูไทยที่สอนภาษาอังกฤษ (2015) ต่ำกว่าเกณฑ์กว่า 70%


การจะพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาให้ดีขึ้น จึงควรพิจารณาควบคู่กัน ทั้งการลดความเหลื่อมล้ำ ให้เด็กและเยาวชนไทยได้รับโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่ดีอย่างเท่าเทียม ด้วยการเรียนกับครูที่มีคุณภาพ ผู้จะพัฒนาศักยภาพให้กับนักเรียนได้อย่างแท้จริง และให้สามารถนำความรู้นั้น ไปใช้ให้เกิดความงอกงามในชีวิตต่อไป นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง (Transformation) การศึกษาและประเทศไทย...ในที่สุด


เรียบเรียงโดย

บริษัท โซ ไซ ตี้ สเปซ จำกัด


Sources :

https://www.the101.world/thai-report-education

รายงานวิเคราะห์งบประมาณรายจ่าย 2564 https://www.parliament.go.th/ewtadmin/ewt/parbudget/ewt_news.php?nid=919

ข่าวเรื่องความเหลื่อมล้ำ

https://www.thairath.co.th/news/business/1941221

https://www.aseantoday.com/2019/01/thailands-wealth-inequality-is-the-highest-in-the-world-what-does-this-mean-for-upcoming-elections/

https://www.matichon.co.th/economy/news_2359806

https://theaseanpost.com/article/growing-gap-between-richest-and-poorest-thais#:~:text=Nonetheless%2C%20in%20Thailand's%20case%2C%20this,90.2%20on%20the%20Gini%20index.

งบประมาณรายจ่าย 2464 (อื่นๆ)

https://mgronline.com/politics/detail/9630000067456

https://www.thansettakij.com/content/politics/440481

https://www.prachachat.net/finance/news-533653

พ.ร.บ. งบประมาณ

https://moe360.blog/2020/10/08/budget-2564/

จุดเน้น

https://moe360.blog/2020/01/02/%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%99-%E0%B8%A8%E0%B8%98/

คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.). รายงานเฉพาะเรื่องที่ 2 ความไม่เสมอภาคทางการศึกษา.https://www.thaiedreform.org/wp-content/uploads/2020/01/CommissionReport04.pdf?fbclid=IwAR2o2MTaDulY4ENszofcgV5f6bcBa6g3vO7_BjuWr6eAY7rcWvIZSM02CNA