กลับไปยังหน้าเรื่องราว

โอกาสในวิกฤติของการสรรหาและคัดเลือกครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่น 8 ในยุค New Normal

September 27, 2021

          วิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เป็นเวลาร่วม 2 ปี ส่งผลให้ทีมสรรหาและคัดเลือกครูผู้นำฯ ของทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานใหม่ทั้งหมดในทุกขั้นตอน ให้อยู่บนระบบออนไลน์ 100% แต่ประสบการณ์ใหม่ที่ได้รับได้เปิดประตูสู่โอกาสของกระบวนการสรรหาผู้สมัครที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในวงกว้าง และการออกแบบกระบวนการคัดเลือกที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้ได้ผู้เข้าร่วมโครงการที่มีคุณภาพยิ่งกว่าเดิม

การเผชิญหน้ากับอุปสรรคและการปรับตัวในการประชาสัมพันธ์โครงการ
“ในช่วงแรก เรามีความกังวลใจที่จำนวนผู้ลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมการคัดเลือกในโครงการครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่น 8 น้อยกว่ารุ่นที่ผ่านมา เพราะการติดต่อเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยทำได้ยากกว่าเดิม” คุณมิ้น เจ้าหน้าที่ทีมสรรหาและคัดเลือกเปิดใจให้ฟัง 

          กิจกรรมหลักที่ดึงดูดความสนใจและเข้าถึงผู้สมัครได้ดีในอดีต คือ การเข้าร่วม Job Fair ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ แต่เมื่อสถานศึกษาต้องเปลี่ยนมาสอนออนไลน์ งาน Job Fair จึงต้องเปลี่ยนไปเป็นการประชาสัมพันธ์ออนไลน์ผ่านทางมหาวิทยาลัย อุปสรรคหนึ่งที่พบคือ การติดต่อเจ้าหน้าที่ของสถานศึกษาแต่ละแห่งทำได้ยากและล่าช้าขึ้น 

          แต่ทางทีมสรรหาและคัดเลือกก็ไม่ได้นิ่งเฉย และพยายามเพิ่มช่องทางการเข้าถึงผู้สมัครในรูปแบบออนไลน์มากขึ้น โดยได้มีการประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Google, Facebook, Job Board ต่าง ๆ พร้อมทั้งปรับรูปแบบการให้ข้อมูลให้เข้าใจง่ายและชัดเจนมากขึ้น มีการติดต่ออาจารย์และสโมสรนิสิตนักศึกษาโดยตรงเพื่อส่งคลิปวีดีโอแนะนำโครงการไปให้ทางมหาวิทยาลัย และจัดรายการไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ของครูผู้นำฯ รุ่นพี่ พร้อมทั้งตอบคำถามของผู้สมัคร เพื่อเปิดช่องทางให้ผู้สนใจเข้าถึงองค์กรได้ง่ายขึ้น

          นอกจากนี้ทางทีมยังได้รับคำเชิญจากคณะรัฐศาสตร์ในการร่วมแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับต้นแบบการจัดการองค์กรไม่แสวงผลกำไร (NGO) 

          “ความพิเศษและความสำเร็จของทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ คือการเป็นองค์กรที่มีรูปแบบการทำงานคล้ายบริษัทเอกชนที่มีเกณฑ์การคัดเลือกที่ชัดเจนและประสบผลสำเร็จ นอกจากนี้ทาง ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ ยังได้รับคำเชิญให้ร่วมจัดเวิร์คช็อปเพื่อแนะนำนักศึกษาคณะอักษรศาสตร์ในการเตรียมความพร้อมสำหรับสมัครงานด้วย” คุณเตย เจ้าหน้าที่ทีมสรรหาและคัดเลือกกล่าว

          การได้มีส่วนร่วมในการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยถือเป็นการสร้างโอกาสให้นักศึกษารู้จักทีช ฟอร์ ไทยแลนด์มากขึ้น เมื่อสิ้นสุดการรับสมัคร มีผู้แสดงความสนใจและร่วมลงทะเบียนมากถึง 1,740 คน ซึ่งบรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

ความสำเร็จและโอกาสที่เกิดจากกระบวนการคัดเลือกรูปแบบใหม่

          แม้ข้อเสียของการคัดเลือกผู้สมัครผ่านระบบออนไลน์ คือ ความไม่พร้อมของอุปกรณ์หรือสัญญาณอินเตอร์เน็ต อีกทั้งการได้เห็นผู้สมัครผ่านจอภาพก็อาจทำให้ไม่สามารถพิจารณาคุณสมบัติต่างๆ ได้ละเอียดเท่าการสัมภาษณ์ตัวต่อตัว 

          แต่ข้อดีที่เห็นได้ชัดของวิธีการนี้ คือ การเปิดโอกาสให้ผู้สมัครสามารถเข้าร่วมการคัดเลือกได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน รวมถึงระยะเวลาการคัดเลือกที่ยืดหยุ่นก็เปิดโอกาสให้ผู้สมัครได้เตรียมตัวและเลือกช่วงเวลาที่ตนเองสะดวก

“เราได้เห็นผู้สมัครเคสหนึ่งที่ต้องกักตัวอยู่ในโรงพยาบาลสนาม แต่ก็มุ่งมั่นที่จะเข้าร่วมกระบวนการคัดเลือกผ่านการสัมภาษณ์ออนไลน์ จากที่โรงพยาบาลสนามเลย” คุณมิ้นเล่าเกี่ยวกับความประทับใจในการคัดเลือกผู้สมัครให้ฟัง 

          สัดส่วนของผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการในรุ่นนี้ มีจำนวนผู้ที่มาจากต่างจังหวัดมากกว่าในทุกรุ่นที่ผ่านมา เพราะการเปิดโอกาสให้สัมภาษณ์ออนไลน์ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทางเพื่อมาสัมภาษณ์ในกรุงเทพ 

          “เราได้เห็นผู้สมัครจากทุกภาคของประเทศและจากทุกแบ็คกราวด์ บางคนก็เข้าร่วมการสัมภาษณ์จากบนดอย การปรับกระบวนการคัดเลือกเป็นรูปแบบออนไลน์ 100% เป็นการเปิดโอกาสให้เข้าถึงผู้สมัครได้มากขึ้น” คุณมิ้นกล่าว

          ผลลัพธ์ที่แสดงถึงความสำเร็จของกระบวนการในรุ่นนี้ คืออัตราการผ่านเกณฑ์การคัดเลือกที่สูงขึ้นอยู่ที่ 13% จากเดิมในรุ่นที่ 7 อยู่ที่ 9.7% ซึ่งบ่งบอกถึงคุณภาพที่สูงขึ้นของผู้เข้าร่วมการคัดเลือก

ถอดบทเรียนสู่การกำหนดแนวทางในอนาคต

          “จากประสบการณ์ในรุ่นนี้ ทำให้เรารู้ว่าคลิปวีดีโอเป็นสื่อที่เข้าใจง่ายและได้รับความสนใจสูง เราได้ศึกษาแนวทางขององค์กรทีชในต่างประเทศที่มีการโพสคลิปวีดีโอเพื่อแนะนำกระบวนการต่าง ๆ อย่างละเอียดในทุกขั้นตอน และวางแผนที่จะนำมาปรับใช้ รวมถึงช่องทางในการทำ Youtube Channel ด้วย” คุณมิ้นเล่า

          นอกจากนี้ ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ กำลังปรับภาพลักษณ์ใหม่ ให้เข้าใจและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น มีการเลือกใช้ mood and tone ที่เป็นมิตรมากขึ้น พร้อมทั้งปรับปรุงเว็บไซต์ เพื่อให้ผู้สนใจเข้าใช้งานได้ง่ายกว่าเดิม

          ในด้านกระบวนการคัดเลือก แม้จะทำผ่านระบบออนไลน์ 100% เพราะสถานการณ์โควิดในปัจจุบัน แต่ในอนาคตเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย อาจมีการวางแผนในการทำ roadshow เพื่อให้เข้าถึงผู้สมัครในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศไทยได้มากขึ้นด้วย