กลับไปยังหน้าเรื่องราว

“Job Fair” กิจกรรมส่งต่อบุคคลคุณภาพ ก้าวต่อไปของการขับเคลื่อนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างยั่งยืน

September 30, 2020

           การขับเคลื่อนเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้แก่เด็กไทยทุกคนนับเป็นพันธิกิจสำคัญที่ มูลนิธิ Teach For Thailand ยึดเป็นหลักในการดำเนินงานเสมอมา โครงการสร้างครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงจึงเกิดขึ้นเพื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญในการเดินหน้าสู่เป้าหมายอย่างยั่งยืนหลังจากผ่านการทำงานภายใต้บทบาทของครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงมาเป็นระยะเวลาเกือบ 2 ปี นอกจากจะได้เรียนรู้และทำงานร่วมกับบุคลากรในโรงเรียนได้ลงมือแก้ไขผ่านปัญหาจริงผ่านการลงมือทำ ได้ร่วมพัฒนาชุมชน สังคมอันเป็นปัจจัยสำคัญในการเข้าถึงการศึกษาของเด็กไทย ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงทุกรุ่นยังได้ค้นหาตัวเองว่าเหมาะกับเส้นทางไหนในการพัฒนาการศึกษาไทยให้เกิดความเท่าเทียมกันอย่างยั่งยืนต่อไป

           เมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา ก่อนบทบาทของครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่นที่5 จะจบลง มูลนิธิTeach for Thailand จึงได้จัดงานTeach For Thailand Online Job Fair ขึ้น เพื่อส่งต่อบุคลากรคุณภาพให้ก้าวสู่บทบาทใหม่ในวิถีทางตามความถนัดและความสนใจของแต่ละคนเพื่อให้การสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาไทยยังคงขับเคลื่อนต่อไปในองค์กร หน่วยงานหรือบริษัทต่างๆ ที่ยังคงอยู่ในเส้นทางของการพัฒนาการศึกษาไทย

           “ธนิต แคล้วโยธา” หรือ “เอ็ม” เจ้าหน้าที่ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ผู้รับหน้าที่ในการจัดงาน Job Fair ให้กับครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่นที่5 กล่าวว่า “เมื่อใกล้จะครบวาระ 2 ปี ส่วนใหญ่ครูผู้นำฯ มักจะหาคำตอบให้กับตัวเองได้แล้วว่าก้าวต่อไปที่เขาจะเลือกคือเส้นทางสายไหนแต่เพื่อให้การทำงานขับเคลื่อนทางการศึกษาอันเป็นเป้าหมายหลักของเราได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุดงาน Job Fair ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เราจึงเชิญองค์กร หน่วยงานบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องและเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ได้ไปถึงเป้าหมายที่เราตั้งพันธกิจไว้รวมถึงการทำแบบสำรวจสอบถามความสนใจของเหล่าครูผู้นำฯ รุ่นที่ 5 ว่า pathway ของพวกเขาอยู่ในทิศทางใด องค์กรต่างๆที่เชิญเข้ามาครั้งนี้จึงมีหน่วยงานต่างๆ ที่เข้าร่วมโดยแบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆดังนี้ School Leader กลุ่มผู้นำทางการศึกษาในโรงเรียน, Policyกลุ่มงานด้านนโยบาย, Social Movement กลุ่มการทำงานขับเคลื่อนภาคสังคมและสุดท้ายคือส่วนของการศึกษาต่อหรือหน่วยงานภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกิจการเพื่อสังคมหรือ CSR”

           เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังไม่คลี่คลาย ทำให้รูปแบบของการจัดงาน JobFair ครั้งนี้แตกต่างไปจากทุกครั้ง โดยจะเป็นการจัดงานในแบบออนไลน์ซึ่งเอ็มและทีมงาน ได้เชิญหน่วยงานต่างๆ ที่อยู่ในกลุ่มงานดังกล่าวข้างต้นซึ่งไม่ใช่แค่ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ให้ความสนใจกับงานนี้เพราะเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อประโยชน์ของพวกเขาโดยตรง หากแต่หน่วยงานต่างๆเมื่อได้รู้ข่าวสารว่าจะมีการจัด Job Fair โดย Teach For Thailand ขึ้น ต่างล้วนยินดีที่จะมาเฟ้นหาบุคลากรคุณภาพในงานนี้ด้วยเช่นกัน

           เอ็มเล่าว่า “องค์กรหรือหน่วยงานต่างๆเขาค่อนข้างมีความมั่นใจศักยภาพของครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงเมื่อรู้ว่ามีงานนี้จึงเป็นเหมือนโอกาสที่เขาจะได้หาผู้ร่วมงานคุณภาพสามารถทำงานได้หลายระดับ รวมถึงมีการจัดการที่ดีครั้งนี้มีหน่วยงานเข้าร่วมกับมากถึง 20 กว่าองค์กร เราแบ่งเวลาให้องค์กรละ 10 นาที ซึ่ง 7 นาทีจะเป็นเรื่องของการนำเสนอตำแหน่งงานและบอกเล่าข้อมูลต่างๆของแต่ละที่ ส่วนอีก 3 นาทีจะเป็นช่วงถาม-ตอบโดยครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่นที่ 5 ทั้งหมด 37 คนจะออนไลน์ผ่านโปรแกรม zoom เพื่อฟังการนำเสนอของทุกองค์กร”

           สำหรับเปอร์เซ็นต์ความสนใจงานด้านต่างๆของครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่นที่ 5มีความสนใจงานด้านการทำงานขับเคลื่อนสังคมและผลิตนวัตกรรมการศึกษามากเป็นอันดับที่ 1 โดยมีทั้งหมด 22 คน จาก 37 คน  

           อันดับที่ 2 คือ กลุ่มงานภาคธุรกิจ ฝ่ายกิจกรรมเพื่อสังคมมีผู้สนใจทั้งหมด 13 คนจาก 37 คน

           อันดับที่ 3 คือ กลุ่มผู้นำทางการศึกษา มีผู้สนใจทั้งหมด 9 คน จาก 37 คน

           อันดับที่ 4 คือ สนใจศึกษาต่อด้านการศึกษา การพัฒนา จิตวิทยาเด็กมีผู้สนใจทั้งหมด 8 คน จาก 37 คน

           อันดับที่ 5 คือ กลุ่มงานด้านการผลิตนโยบาย มีผู้สนใจทั้งหมด 5 คน จาก 37 คน

          แม้ในส่วนของตัวเลขในการผลิตนโยบายหรือ Policy อาจไม่มากนัก แต่เอ็มกล่าวว่า “ความสนใจด้านนี้ในปีนี้เป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ๆ มากถึง 10%  และงานนี้ยังสร้างความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในใจครูผู้นำฯบางคนที่หลังจากได้สัมผัสประสบการณ์การเป็นครูที่ค่อนข้างหนักหน่วงและไม่ค่อยได้รับความร่วมมือที่ดีจากนักเรียนมากนัก จนเขารู้สึกตั้งใจจะขอพักบทบาทจากการทำงานด้านการศึกษาสักพักแต่เมื่อได้มาฟังการนำเสนอจากองค์กรต่างๆ กลับทำให้เขารู้สึกมีกำลังใจและตัดสินใจที่จะทำงานเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเพื่อความเสมอภาคของการศึกษาไทยอีกครั้ง”