กลับไปยังหน้าเรื่องราว
Highlight Event

บทสรุปสำคัญของหลักสูตรเตรียมความพร้อมให้กับครูผู้นำฯ กับการเริ่มต้นภารกิจสร้างความเปลี่ยนแปลง ในแบบฉบับของ Teach For Thailand

January 30, 2021

           กว่า 9 สัปดาห์กับการเตรียมพร้อมในการก้าวเข้าสู่บทบาทของการเป็น“ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงของ Teach For Thailand รุ่น 7” ด้วยหลักสูตรเทรนนิ่งซึ่งจะเป็นการติดอาวุธความเป็นครูที่มาพร้อมกับความเป็นผู้นำเพื่อการเข้าไปเริ่มต้นภารกิจสำคัญเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเสมอภาคที่ควรจะเกิดขึ้นกับการศึกษาไทย แม้ 9 สัปดาห์หรือระยะเวลากว่า2 เดือนอาจดูเหมือนไม่นานนักแต่ด้วยหลักสูตรที่ผ่านการวิเคราะห์ วิจัย ทำการบ้านมาเป็นอย่างดีจนเกิดเป็นหลักสูตรการเทรนนิ่งการเตรียมความพร้อมความเป็นครูผู้นำฯ อย่างเข้มข้นจนครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่น 7 ทุกคนสามารถก้าวออกไปทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างเต็มภูมิ

           “หนึ่ง-รณรงค์ ขันแข็ง” Leadership Development Manager หัวเรือใหญ่ผู้วางแผนการฝึกอบรมหลักสูตรการเตรียมความพร้อมให้กับครูผู้นำฯรุ่น 7 กล่าวถึงการอบรมที่เพิ่งปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์ว่า “การอบรมที่เพิ่งจบลงครั้งนี้เราเน้นไปที่การทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีทักษะในการสอนพื้นฐานหรือจะเรียกว่า Beginner teacher ด้วยการทำเป็นข้อมูลเพื่อเป็นแหล่งในการเรียนรู้ออนไลน์โดยการนำหลักสูตรมาจากคณาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและจากโรงเรียนสาธิตแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยรวบรวมไว้เป็นข้อมูลที่สามารถใช้เป็น self study ได้ทุกเมื่อเนื่องจากการอบรมครั้งนี้เราแบ่งเป็น 2 รูปแบบคือ Onlineและ Offline สัดส่วนอย่างละครึ่งเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

         นอกจากความรู้เรื่องการสอนในการเป็นครูขั้นพื้นฐานแล้วครูผู้นำฯ รุ่น 7 ยังได้เรียนรู้การเป็นRole Model ให้แก่เด็กนักเรียนได้ โดยทุกคนจะต้องผ่านการสวมบทบาทสมมติทั้งบทบาทของครูและบทบาทของนักเรียนสลับกันเพื่อการเข้าใจและเข้าถึงทั้งความเป็นครูและความเป็นนักเรียนได้อย่างแท้จริง จากนั้นทุกคนจะต้องนำสิ่งที่ได้จากการสวมบทบาทสมมตินี้มาเขียนเป็นแผนการสอนและนำมาอภิปรายร่วมกันทั้งจากมุมมองของความเป็นครู มุมมองของความเป็นนักเรียนมุมมองของผู้สังเกตการณ์ เพื่อสร้างทักษะการรับฟังที่ทำให้เกิดการเรียนรู้สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดต่อไปซึ่งสิ่งนี้เป็นเครื่องมือสำคัญชิ้นหนึ่งที่จะช่วยให้พวกเขาเข้าไปทำหน้าที่ของตัวเองในโรงเรียนต่างๆที่ได้รับมอบหมายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ”

           สำหรับกิจกรรมสำคัญที่เปรียบได้เหมือนบทสรุปของการอบรมครั้งนี้และเป็นเหมือนภาพสะท้อนศักยภาพที่ครูผู้นำฯ รุ่น 7 ทุกคนได้สั่งสมความรู้มาทั้งหมดพวกเขาพร้อมที่จะเริ่มต้นภารด้วยบทบาทที่สำคัญหรือไม่คือการทดลองก้าวเข้าสู่สนามจริงกับภารกิจการฝึกสอนที่โรงเรียนมัธยมวัดดาวคนองเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์

           “หนึ่งสัปดาห์อาจดูเหมือนเป็นช่วงเวลาที่สั้นมากแต่ในช่วงเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์นี้เป็นเหมือนการวัดผลว่าพวกเขาสามารถนำอาวุธที่เราได้สร้างให้เขาออกมาใช้ได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลมากน้อยแค่ไหนซึ่งจากการประเมินผ่านสิ่งที่เราได้เป็นผู้เฝ้าดูอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ครูผู้นำฯรุ่น 7 สามารถพิสูจน์ให้เห็นว่าเขามีทักษะการจัดการชั้นเรียนที่ดีในระดับหนึ่ง เขาสามารถช่วยเหลือให้ฟีดแบ็คกันได้หลังจากสอนเสร็จทั้งยังสามารถนำฟีดแบ็คที่ได้รับมาพัฒนาการสอนของตัวเองในครั้งต่อไป

         ความคาดหวังของเราจากการฝึกสอนครั้งนี้ไม่ใช่การเห็นการเรียนการสอนในห้องเรียนที่สมบูรณ์แบบแต่เราต้องการเห็นห้องเรียนที่ครูผู้นำฯ สามารถนำความรู้หรือเครื่องมือต่างๆที่เราติดอาวุธให้เขาสามารถนำมาปรับใช้ได้อย่างเหมาะสม สิ่งนี้คือการแสดงให้เห็นถึงการประสบความสำเร็จของการอบรมทั้งหมดที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี” Leadership Development Manager เล่าถึงกิจกรรมไฮไลท์อันเป็นบทสรุปของการอบรมที่ดีที่สุด

นอกจากนั้นสิ่งสำคัญของการอบรมที่จะทำให้ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่น 7 สามารถเข้าใจถึงบทบาทความเป็นครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงตามแบบฉบับของ Teach For Thailand ได้อย่างถึงแก่นหลักสูตรการอบรมครั้งนี้จึงต้องมีเรื่องราวความเป็นมาของมูลนิธิ Teach For Thailand รวมถึง Teach for All อันเป็นจุดกำเนิดของการสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาทั่วโลกซึ่งหนึ่งอธิบายว่า

           “เนื่องจากเราวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของเราคือการสร้างผู้นำที่จะช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับการศึกษาไทยครูของ Teach For Thailand จึงต้องมีลักษณะที่แตกต่างจากครูทั่วไปสิ่งสำคัญที่นอกเหนือจากความรู้พื้นฐานของความเป็นครู คือข้อมูลความรู้เกี่ยวกับวิสัยทัศน์การทำงานของมูลนิธิฯTeach for Thailand เกิดขึ้นมาเพื่ออะไร มีเป้าหมายระยะสั้นระยะกลาง ระยะยาวเป็นอย่างไร เป้าหมายจริงๆ ของเราคือในระยะสั้นผู้ร่วมโครงการจะได้ทำหน้าที่บทบาทความเป็นครูที่มีประสิทธิภาพในห้องเรียนให้ได้ภายใน2 ปี เขาจะได้เข้าไปเรียนรู้ว่าการสร้างการพัฒนานักเรียนควรทำด้วยกระบวนการอย่างไร ครูในระบบมีความท้าทายอย่างไรเขาจะได้เห็นบริบทในการทำงานด้านการศึกษาทั้งหมดที่อยู่แวดล้อมนักเรียน ได้โอกาสในการทำงานในมิติที่หลากหลายผ่านบทบาทของความเป็นครูที่ไม่ได้อยู่ในห้องเรียนเพียงอย่างเดียวเพราะครอบครัวและชุมชนเป็นอีกหนึ่งบริบทที่สำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง

         เหล่านี้เมื่อเขาเติบโตขึ้นผ่านประสบการณ์การทำงานต่างๆ นานา มีความอาวุโสขึ้น เขาจะสามารถไปแก้โครงการสร้างที่ใหญ่ขึ้นหรือระบบที่ใหญ่ขึ้นได้ในระยะยาว เพราะมูลนิธิฯมีความเชื่อว่าการทำงานเพื่อแก้ปัญหาการศึกษามันต้องใช้หลายๆ ภาคส่วนร่วมมือกันแล้วมันไม่ใช่การแก้ได้ด้วยใครคนใดคนหนึ่ง

         สิ่งสำคัญคือมูลนิธิฯ ไม่ได้ต้องการให้เขาเห็นภาพของการเป็นครูแค่ในช่วงระยะเวลาเพียง 2 ปีแต่เราต้องการเห็นภาพหลังจากการเป็นครู 2 ปีด้วยเพื่อให้เขาได้นำประสบการณ์การเรียนรู้ที่เขาได้รับตลอดของการทำหน้าที่ครูผู้นำฯมาพัฒนาในเส้นทางที่เขาเลือกและสร้างความเปลี่ยนแปลงอันมีส่วนเกี่ยวข้องในการตอบโจทย์ของการแก้ปัญหาทางการศึกษาอย่างยั่งยืนต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดนั่นคือวัตถุประสงค์หลักสำคัญของมูลนิธิ Teach For Thailand ในการสร้างโครงการครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงขึ้นมา”