กลับไปยังหน้าเรื่องราว

วิกฤตการศึกษาไทยในสถานการณ์โควิด

August 6, 2021

ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์จัดตั้งกองทุนฉุกเฉินฝ่าวิกฤตโควิด พร้อมร้องขอองค์กรภาคส่วนต่างๆ ในการร่วมแก้ไขปัญหาด้านการศึกษา และขอรับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นด้านสุขภาพเพื่อให้คำปรึกษาแก่ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง

        จากการอภิปรายปัญหาและแนวทางแก้ไขในเวทีเสวนาออนไลน์เพื่อสนับสนุนการทำงานของครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงท่ามกลางสถานการณ์โควิด เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 โดยมี คุณวิชิตพล ผลโภค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง มูลนิธิ ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ เป็นประธาน และผู้เข้าร่วมเสวนา คือ ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง รุ่น 6 & 7 และตัวแทนจากหน่วยงานและองค์กรเครือข่ายด้านการศึกษา ได้แก่ มูลนิธิ Teach For All กระทรวงศึกษาธิการ มูลนิธิยุวพัฒน์ มูลนิธิใจกระทิง และ Bain & Company

        ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงได้เสนอปัญหาที่เผชิญอยู่ในปัจจุบันทั้งหมด 5 ด้าน โดยปัญหาที่สำคัญที่สุดคือ ปัญหาในการเข้าถึงการเรียนการสอนออนไลน์ ซึ่งแบ่งออกเป็น ปัญหาการเข้าถึงสัญญาณอินเตอร์เน็ตของทั้งครูและนักเรียน ปัญหานักเรียนขาดแคลนอุปกรณ์สำหรับการเรียนออนไลน์ เช่น สมาร์ทโฟน โน้ตบุ๊ค และปัญหาการใช้งานแอพลิเคชั่นที่ใช้ในการเรียนการสอนออนไลน์ เช่น Zoom

        ผลสำรวจล่าสุดจากนักเรียน 6,604 คนใน 39 โรงเรียนที่ครูผู้นำของ ทีช ฟอร์ไทยแลนด์ กำลังสอนอยู่นั้น พบว่า 90% ของนักเรียนต้องเรียนออนไลน์ แต่มีนักเรียนถึง  40% (2,692 คน) ขาดอุปกรณ์ และ 47% (3,102 คน) ขาดอินเตอร์เน็ต ซึ่งปัญหาเหล่านี้ทำให้อัตราการเข้าเรียนตกต่ำ โดยมีถึง 10 โรงเรียนที่มีนักเรียนเข้าเรียนน้อยกว่าครึ่ง ส่งผลให้เกิดความเครียดทั้งในครูผู้สอน และนักเรียนที่ไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาได้

“สถานการณ์โควิด 19 ทำให้ปัญหาทางการศึกษาอาจถูกมองข้ามไปชั่วขณะ ส่งผลให้เราขาดแคลนความช่วยเหลือที่จะมาสนับสนุนนักเรียนให้เข้าถึงการศึกษาออนไลน์ได้อย่างทั่วถึง ทั้ง 13 จังหวัด ฉะนั้นหากข้อมูลเหล่านี้ได้ถูกกระจายออกไปเพื่อให้สาธารณชนเข้าใจถึงผลกระทบของโควิด 19 ต่อการศึกษา ก็จะเป็นตัวช่วยสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้และจะส่งผลให้เกิดความร่วมมือในระดับประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาทางการศึกษาของประเทศได้” คุณวิชิตพล ผลโภค กล่าว

        ในเบื้องต้น ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ได้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าว โดยได้ตั้งกองทุนสำรองฉุกเฉินสำหรับครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง เพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอนท่ามกลางสถานการณ์โควิดจนจบภาคการศึกษาในเดือนตุลาคม จำนวน 80,000 บาท และอยู่ในระหว่างการประสานงานกับบริษัท Zoom เพื่อขอสนับสนุนการใช้งานแอพพลิเคชั่นเพื่อการศึกษา โดยปัจจุบันครูที่มีอีเมลของสถานศึกษาสามารถล็อกอินเพื่อเข้าใช้งานได้นานกว่า 40 นาที

        นอกจากนี้ ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์กำลังพยายามจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ให้สามารถเข้าถึงการใช้งานอินเตอร์เน็ตได้อย่างทั่วถึง และขอการสนับสนุนจากบริษัทและองค์กรต่างๆ ในการบริจาคสมาร์ทโฟนหรือโน้ตบุ๊คสำหรับนักเรียนที่ขาดแคลน

       ปัญหาที่สำคัญอีกประการ คือปัญหาด้านสุขภาพจิตและสวัสดิภาพในการปฏิบัติงานของครูผู้นำฯ นอกจากสถานการณ์การเเพร่ระบาดจะสร้างความกังวลใจให้ครูผู้นำฯ แล้ว ยังทำให้ภาระงานของครูเพิ่มขึ้น และสถานศึกษาบางแห่งยังมีนโยบายให้ครูผู้สอนต้องเดินทางไปสถานศึกษา แม้จะทำการเรียนการสอนออนไลน์

        ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ ได้พูดคุยกับครูผู้นำฯ เป็นรายบุคคล และได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นด้านสุขภาพบนสมาร์ตโฟน เพื่อให้คำปรึกษาด้านสุขภาพแก่ครูผู้นำฯ พร้อมทั้งได้มีการประสานงานกับสถานศึกษาเพื่อขอให้ครูผู้นำฯ ทำงานจากที่บ้านได้

        ปัญหาประเด็นอื่นๆ ที่มีการอภิปราย ได้แก่ปัญหาด้านการเก็บข้อมูลนักเรียน ซึ่ง ทีช ฟอร์ไทยแลนด์ได้ปรับแผนให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละโรงเรียน ปัญหาด้านบุคลากรการศึกษาขาดความรู้ความเข้าใจในการใช้งานสื่อและนวัตกรรมดิจิตอลเพื่อสอนออนไลน์ ซึ่งในอนาคต ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์ วางแผนที่จะขอความร่วมมือจากองค์กรผู้เชี่ยวชาญ เช่น Google หรือ Zoom ในการจัดการอบรมครูผู้นำฯ เพื่อนำไปถ่ายทอดแก่ครูในโรงเรียน นอกจากนี้ยังมีปัญหาด้านการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการเรียนออนไลน์ให้แก่ผู้ปกครอง ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการวางแผนแก้ไข