กลับไปยังหน้าเรื่องราว
Highlight Event

การรับมือสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ของมูลนิธิ ทีช ฟอร์ ไทยแลนด์: ความมุ่งมั่นของเราต่อผู้คน ชุมชน และการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย

April 21, 2021

     ตั้งแต่มีการเริ่มต้นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทางมูลนิธิฯ ได้มีมาตรการจัดการระยะสั้น การบริหารองค์กรขนาดกว่า 120 ชีวิต ที่กระจายตัวใน 13 จังหวัดไม่ใช่เรื่องง่าย สถานการณ์นี้คือความท้าทายรูปแบบใหม่สำหรับทุกคนในองค์กร ผมและทีมงานกำลังเรียนรู้และปรับตัวอย่างต่อเนื่องในทุกๆ วัน เพื่อไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอนนี้ โดยปัจจัยหลักที่มูลนิธิฯ คำนึงถึงในการจัดการองค์กรช่วงแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ประกอบไปด้วย:


1) ความปลอดภัยของบุคลากรของมูลนิธิฯ

2) เป้าหมายและพันธกิจของมูลนิธิฯ

3) ความปลอดภัยของชุมชนในวงกว้าง


     ทุกการตัดสินใจและมาตรการของมูลนิธิฯ ล้วนมาจากการที่ผมและทีมงานยึดถือข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจ โดยยึดความปลอดภัยของคนในองค์กร รวมทั้งชุมชมในวงกว้างเป็นสำคัญ
     ผมขอขอบคุณทุกองค์กรพันธมิตรที่ได้ให้การสนับสนุนเราเรื่อยมา รวมทั้งในช่วงเวลาสำคัญนี้ ผมเชื่อว่าเราจะมีภารกิจท้าทายที่รอเราอยู่ โดยเฉพาะช่วงเปิดปีการศึกษาใหม่นี้ หลังจากที่เราได้เห็นถึงผลต่อเนื่องที่ชัดขึ้นของไวรัสโควิด-19 ในโรงเรียนที่เราทำงานด้วย


     ตัวผมและทีมงานทุกคนให้คำสัญญาและยึดมั่นต่อพัธกิจของมูลนิธิฯ ในการยกระดับคุณภาพทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม เพื่อให้เกิดความเสมอภาคให้แก่เด็กไทยทุกคน ด้วยการทำงานเป็นทีมที่เข้มแข็ง ทุกคนมั่นคงต่อเป้าหมายใหญ่ในระยะยาว และมีการทำงานที่ปรับตัวให้เข้ากับเป้าหมายระยะสั้น


     ผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนจะสามารถก้าวผ่านอุปสรรคครั้งนี้ไปด้วยกัน และผมมั่นใจอย่างมากว่า ด้วยมาตรการที่กล่าวไป และการสนับสนุนจากองค์กรพันธมิตร รวมถึงการทำงานเป็นทีมในช่วงวิกฤตไวรัสโควิด-19 จะทำให้ทีมงานของเราเป็นทีมที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
วิชิตพล ผลโภค
———


สถานการณ์และแผนปัจจุบันของมูลนิธิฯเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

รายงานสถานการณ์ COVID-19 วันที่ 16 เมษายน2564

     ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ทั่วประเทศไทยในขณะนี้ Teach For Thailand ยังคงเกาะติดความคืบหน้าของสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้เพื่อลดผลกระทบต่อการเรียนรู้และการศึกษาของเด็กๆ เราจึงมีแนวทางปฏิบัติดังนี้

·     หลังจากผ่านพ้นช่วงปิดภาคเรียน (5เมษายน – กลางเดือนพฤษภาคม 2564) Teach For Thailand จะติดตามแผนการหรือประกาศจากกระทรวงศึกษาธิการ หากต้องเลื่อนเปิดภาคเรียน หรือมีมาตรการให้นักเรียนเรียนหนังสือจากที่บ้าน

·     ระหว่างปิดภาคเรียนถึงกลางเดือนพฤษภาคม (จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง) ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงจะเข้าร่วมโครงการการฝึกงานออนไลน์ (Virtual Internship) กับ Teach For Thailand

·     Teach For Thailand จะปิดสำนักงานจนถึงสิ้นเดือนเมษายน 2564 โดยเจ้าหน้าที่ทุกคนจะปฏิบัติงานที่บ้าน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย



เพิ่มเติมข้อมูลครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2563


ไม่มีรายงานการติดเชื้อCOVID-19 ของครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงและนักเรียนในโรงเรียน37 แห่งที่เราร่วมทำงานด้วย

ปัจจุบันโรงเรียนกำลังอยู่ในช่วงปิดภาคเรียนและจะทำการเปิดภาคเรียนอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้งในวันที่ 1 กรกฏาคม จากการแถลงข่าวในวันที่30 เมษายน คณะรัฐมนตรีได้ประกาศให้โรงเรียนในสังกัดฯได้เริ่มเก็บข้อมูลนักเรียนเพื่อประเมิณความเป็นไปได้ในการเรียนจากระยะไกล (distantlearning) โดยมีแนวทางในการจัดการเรียนรู้ให้ซึ่งมีความสอดคล้องกับเป้าหมายของทีช ฟอร์ ไทยแลนด์และคุณครูในโครงการที่ตั้งใจจะเริ่มสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในช่วง 6สัปดาห์ก่อนที่จะถึงวันเปิดภาคเรียนอย่างเป็นทางการโดยจะเป็นการเรียนรู้ที่บูรณาการองค์ความรู้จากทั้ง 3 วิชาหลัก อันได้แก่วิชาวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ในมิติที่มีความเกี่ยวโยงกับชีวิตของนักเรียน และสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน(การแพร่ระบาดของ COVID-19) โดยจะมีการสื่อสารเป้าหมายรายสัปดาห์กับครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงในวันอังคารที่5 พฤษภาคมนี้

27 เมษายน

ทีม TalentAcquisition ได้เริ่มจัดการรับสมัครครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงรอบที่7 ในขั้นตอนสุดท้าย (AssessmentCenter) โดยจัดทั้งกระบวนการทั้งการทดลองสอน การทำงานเป็นกลุ่ม การสัมภาษณ์ และการประเมิณผลเป็นระบบออนไลน์ 100%เป็นครั้งแรก

11 เมษายน ทีม Trainingand Support ได้จัด OnlineTraining ให้กับครูผู้นำการเปลี่ยนแปลง91 คนเป็นครั้งแรกจากในซีรีส์ของการอบรมทั้งหมด 5 ครั้งเพื่อให้ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงมีความพร้อมที่จะกลับไปปฏิบัติหน้าที่ต่อในภาคเรียนต่อไปท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง และโอกาสที่จะรอพวกเขาอยู่ในความเปลี่ยนแปลงนั้นสามารถอ่านบทสัมภาษณ์ของครูหนึ่ง และครูไพลิน สมาชิกทีม Training andSupport เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมดังกล่าวได้ ที่นี่

7 เมษายน มีการสื่อสารภายในองค์กรเรื่องความมุ่งมั่นของเราที่จะสร้างโอกาสในการเรียนรู้ให้กับนักเรียนผ่านการทำงานร่วมกับชุมชน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนักเรียนต่อไปโดยจะเริ่มต้นการจัดการศึกษาทางไกล (distant learning) โดยครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อออกแบบพื้นที่แห่งการเรียนรู้ให้กับนักเรียนในกลุ่มเป้าหมายซึ่งจะเริ่มต้นในวันที่ 18 พฤษภาคม

30 มีนาคม ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงได้รวมกลุ่มกันเพื่อทำงานอย่างต่อเนื่องในการรวบร่วมเครื่องมือและศึกษาหาความเป็นไปได้ในการจัดการเรียนรู้โดยยังคงรักษาไว้ซึ่งระยะห่างทางสังคมตามมาตรการป้องกันโรคจากกระทรวงสาธารณะสุขและองค์การอนามัยโลก จากภาคีเครือข่ายด้านการศึกษาเพื่อเก็บเป็นฐานข้อมูลสำหรับสนุนการทำงานของคุณครูให้การสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ให้กับนักเรียนต่อไปสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องราวของกลุ่มทำงานดังกล่าวได้ ที่นี่‍

17 มีนาคม แผนการดำเนินงานสำหรับทีมงาน
การสื่อสาร -ขณะนี้มีมาตรการการสื่อสารที่กำหนดขึ้นให้แก่พนักงานและครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่มาฝึกงานกับมูลนิธิฯโดยทั้งหมดจะได้รับการสื่อสารจากมูลนิธิฯเกี่ยวกับแผนการดำเนินงานภายใต้การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19และดำเนินการหรือป้องกันตามที่กำหนดไว้
แผนการทำงานในทุกวัน-ปัจจุบันเราได้เปลี่ยนรูปแบบการทำงานของพนักงานที่สำนักงานใหญ่โดยทำงานจากที่บ้านการประชุมและหรือทำงานระหว่างทีมทั้งหมดเปลี่ยนมาใช้รูปแบบออนไลน์โดยผ่านระบบ VDOConference เพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดโรคของพนักงานทุกคนในช่วงเวลาวิกฤตนี้พนักงานทุกคนจะบันทึกและรายงานการเดินทางไปยังหัวหน้าทีมและฝ่ายบุคคลเพื่อความโปร่งใสของข้อมูลและความปลอดภัยของพนักงานทุกคนเองมูลนิธิฯติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและทำการปรับเปลี่ยนตามแนวทางการดำเนินงานจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขในระดับสากลและระดับชาติในส่วนของครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ฝึกงานในองค์กรต่าง ๆ อยู่ปัจจุบันจะปฏิบัติตามมาตรการของแต่ละองค์กรนั้นๆเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้พวกเขาจะได้รับการมอบหมายให้ทำงานออนไลน์และพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ดังกล่าวเพื่อให้แน่ใจว่านักเรียนจะยังคงได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพภายใต้วิกฤตดังกล่าวก็ตามนอกจากนี้เรายังเห็นผู้นำที่แข็งแกร่งในระดับโรงเรียนผ่านการตัดสินใจที่เด็ดขาดของผู้บริหารเพื่อปกป้องความปลอดภัยของครูและชุมชนในท้ายนี้มูลนิธิฯได้แนะนำให้ครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงสื่อสารกับโรงเรียนอย่างใกล้ชิดเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาทราบถึงแผนการดำเนินงานในกรณีที่หยุดการเรียนการสอนในเปิดเทอมที่กำลังจะมาถึงเพื่อให้ทางมูลนิธิฯสามารถสนับสนุนพวกเขาในช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ได้อย่างเหมาะสมต่อไป
สรุปแล้วสถานการณ์ดังกล่าวยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของมูลินิธิฯเรามั่นใจว่าจะยังคงสร้างผลกระทบต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างความก้าวหน้าไปสู่ความเสมอภาคทางการศึกษาในปี2563 ให้แก่เด็กไทยได้ต่อไป